TASCO สต๊อกเวเนพร้อม หลังฝนซ่อมอื้อ-ปันผล5.9%

#TASCO #ทันหุ้น - TASCO รับมีสต๊อกน้ำมันดิบเวเนซุเอลา 1.52 ล้านบาร์เรล รองรับถึง Q1/2570 ช่วยเพิ่มผลผลิตยางมะตอย 10–15% หนุนงานซ่อมสร้างถนนและงบรัฐช่วงที่เหลือปี 2569 ต่อเนื่อง 2570 โบรกมองอุปทานยางมะตอยตึงตัวช่วยหนุนยอดขายต่างประเทศ แนะ “ซื้อ” เป้า 18.50 บาท คาดปันผล 5.9%
แหล่งข่าวในวงอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ถึง บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ว่า TASCO สามารถจัดหาน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาในลักษณะสัญญาแบบ Lot-by-Lot ผ่านคนกลาง ไม่ได้ทำสัญญาระยะยาวกับทางการ ปัจจุบันมีสต๊อกน้ำมันดิบจากเวเนซูเอลาราว 1,520,000 บาร์เรล หลังจากนำเข้าน้ำมันดิบ ลำที่ 2 เข้ามาประมาณ 900,000 บาร์เรล เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา รองรับความต้องการไปจนถึงราวไตรมาส 1/2570
ซึ่งการกลับมานำเข้านำมันดิบจากเวเนซุเอลาจะช่วยหนุนให้ TASCO ได้ผลผลิตยางมะตอยจากน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นราว 10–15% เมื่อเทียบกับน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ช่วยให้ TASCO มีวัตถุดิบพร้อมเร่งการผลิตเพื่อป้อนให้กับกลุ่มลูกค้าหลัก โดยเฉพาะบริษัทลูกของ TASCO ตั้งอยู่ในต่างประเทศ โดยเน้นครอบคลุมพื้นที่ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลักจากนั้น จึงจะกระจายไปยังลูกค้ากลุ่มอื่นๆ
ครึ่งหลังรับรู้สนั่น
สำหรับตลาดประเทศไทย ช่วงไตรมาส 3/2569 เป็นช่วงฤดูฝนงานรับเหมาก่อสร้างชะลอตัว ประกอบกับเป็นช่วงรอยต่อการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ ปริมาณขายในประเทศจึงชะลอตัว อย่างไรก็ตาม หลังฤดูฝนคาดความต้องการซ่อมสร้างถนนจะเร่งตัวขึ้น ประกอบกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐในช่วงที่เหลือของปี 2569 ต่อเนื่องปี 2570 จะหนุนงานก่อสร้างและความต้องการยางมะตอยในประเทศฟื้นตัว
ทั้งนี้ที่ผู้บริหารยังคงเป้ารับรู้รายได้ช่วงครึ่งหลังปี 2569 ราว 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% จากครึ่งแรกของปี และ 117% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการเร่งปิดโครงการที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่ผ่านมา
“โรงกลั่นทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลางหลายแห่งหยุดเดินเครื่อง ส่งผลให้ปริมาณยางมะตอยในตลาดตึงตัวประกอบกับไตรมาส 3/2569 ในไทยเป็นฤดูฝน TASCO จึงเน้นขายในภูมิภาค เป็นหลัก”
สำหรับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเร่งตัวขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อบาร์เรล TASCO จึงคงเน้นบริหารจัดการแหล่งจัดหาน้ำมันดิบอย่างมีประสิทธิภาพ
เป้า 18.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ คาดการณ์การเติบโตของยอดขายต่างประเทศจะช่วยชดเชยยอดขายในประเทศที่อ่อนแอลง มีมุมมองที่เป็นบวกต่ออัตรากำไรงวดไตรมาส 3/2569 หนุนโดยภาวะขาดแคลนอุปทานยางมะตอยจากการหยุดชะงักของโรงกลั่นในภูมิภาคและอุปทานจากตะวันออกกลางที่ตึงตัว
ขณะที่ยอดขายในประเทศอ่อนแอลงจากการไม่มึงบกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเหมือนในปี 2568 เบื้องต้นคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 1,619 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 48.72% YoY และเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง 13.71% YoY แตะ 1,841 ล้านบาทในปี 2570 จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 18.50 บาท อิงตาม PBV ที่ 1.8 เท่า หรือ 0.5SD ต่ำกว่าคำเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี
จับตาปันผล 5.9%
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2569 ยังคงอ่อนแอ จากปริมาณยอดขายยางมะตอยที่ชะลอตัว โดยเฉพาะยอดขายในประเทศที่กดดันจากทั้งฤดูฝน และจังหวะเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ชะลอลงปลายปีงบประมาณ ขณะที่ยอดขายต่างประเทศแม้ราคาขายจะขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี แต่กลับกดดัน Demand เพราะลูกค้าชะลอสังซื้อจากราคาที่สูง
อย่างไรก็ตามการกลับมานำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลานับเป็นสัญญาณบวกต่อธุรกิจในระยะกลาง-ยาว หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นได้ในอนาคต เบื้องต้นคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 1,563 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.3% YoY และปี 2570 ไว้ที่ 1,935 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.8% YoY และราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 ไว้ที่ 19.40 บาท และคาดบริษัทจ่ายปันผลปี 2569 ที่ 1 บาทต่อหุ้นคิดเป็น Dividend Yield 5.9%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
