รีเซต

UBS ย้ำ “ซื้อ” AOT ให้เป้า 75 บาท อัพไซด์ 31% ชี้กำไรโตได้ แม้ไม่ต้องเป็นฮับเต็มรูปแบบ

UBS ย้ำ “ซื้อ” AOT ให้เป้า 75 บาท อัพไซด์ 31% ชี้กำไรโตได้ แม้ไม่ต้องเป็นฮับเต็มรูปแบบ
ทันหุ้น
22 ตุลาคม 2569 ( 13:38 )
13

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #UBS ย้ำ “ซื้อ” AOT ให้เป้า 75 บาท อัพไซด์ 31% ชี้กำไรโตได้ แม้ไม่ต้องเป็นฮับเต็มรูปแบบ

AOT จะสร้างการเติบโตได้จริงหรือไม่ หากสนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้กลายเป็นศูนย์กลางการบินครบวงจรขนาดใหญ่ตามที่ตลาดคาดหวัง?

UBS มองว่า นักลงทุนอาจกำลังตั้งเงื่อนไขความสำเร็จของบริษัทสูงเกินไป เพราะโอกาสของ Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) ไม่ได้อยู่แค่การผลักดันสุวรรณภูมิให้เป็นฮับเชื่อมต่อเที่ยวบินระดับโลก แต่ยังอยู่ที่การสร้างรายได้จากเครือข่ายสนามบินที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ UBS จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมาย 75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัพไซด์ 31% จากราคาหุ้นตามที่บทวิเคราะห์ประเมินไว้ โดยมองว่าการปรับค่าบริการ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสร้างรายได้จากเครือข่ายสนามบิน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของมูลค่าบริษัท

กำไร 4.5 หมื่นล้านบาท ไม่จำเป็นต้องรอสุวรรณภูมิเป็นฮับเต็มรูปแบบ

ตัวเลขที่น่าสนใจคือ UBS คาดการณ์กำไรสุทธิของ AOT จะเพิ่มจาก 2.9 หมื่นล้านบาทในปีงบประมาณ 2570 เป็น 4.5 หมื่นล้านบาทในปีงบประมาณ 2574

หากเป็นไปตามประมาณการดังกล่าว จะเท่ากับกำไรเติบโตเฉลี่ยประมาณ 12% ต่อปีแบบทบต้น ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทมีโอกาสขยายกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องตั้งสมมติฐานว่าสุวรรณภูมิจะเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางการบินครบวงจรได้อย่างสมบูรณ์

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการปรับค่าบริการผู้โดยสาร ค่าธรรมเนียมการขึ้นลงและจอดอากาศยาน การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการจัดเก็บค่าธรรมเนียม T&T ในระดับไม่สูงมาก

พูดให้เข้าใจง่ายคือ AOT ไม่จำเป็นต้องรอให้จำนวนผู้โดยสารต่อเครื่องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการเติบโตจากการบริหารรายได้และต้นทุนของธุรกิจสนามบินที่มีอยู่ได้ด้วย

โอกาสที่ซ่อนอยู่: สุวรรณภูมิมี 151 จุดหมาย แต่ผู้โดยสารต่อเครื่องยังมีเพียง 8%

อีกประเด็นที่ UBS ให้ความสำคัญคือความสามารถในการเชื่อมต่อเที่ยวบินของสุวรรณภูมิ

ปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินเชื่อมต่อไปยัง 151 จุดหมายปลายทาง แต่ผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เดินทางต่อหรือเปลี่ยนเครื่องมีสัดส่วนเพียงประมาณ 8% ของผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งหมด

ตัวเลขนี้สะท้อนช่องว่างระหว่างการมีเครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม กับการเปลี่ยนเครือข่ายดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้โดยสารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

UBS จึงมองว่า โอกาสสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนจุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ผู้โดยสารสามารถต่อเครื่องได้สะดวกขึ้น มีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น และใช้ประโยชน์จากเส้นทางบินที่มีอยู่ได้จริง

หนึ่งในแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการลดเวลาขั้นต่ำในการต่อเครื่อง หรือ Minimum Connecting Time ให้เหลือ 60 นาที หากดำเนินการได้สำเร็จ ก็อาจช่วยเพิ่มจำนวนเส้นทางการเดินทางที่เป็นไปได้ และทำให้เครือข่ายสนามบินสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้มากขึ้น

นอกจากนี้ การเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างสายการบินที่หลากหลายขึ้น และการเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินโดยตรง ยังเป็นปัจจัยที่อาจช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตเหนือประมาณการพื้นฐานได้

ผลตอบแทนลงทุนทะลุ 20% ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571

อีกตัวเลขที่ UBS ให้ความสำคัญคือผลตอบแทนจากเงินลงทุน หรือ ROIC ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเหนือ 20% ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 เป็นต้นไป โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยสมมติฐานว่าสุวรรณภูมิจะเป็นฮับเต็มรูปแบบ

ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะการลงทุนในสนามบินและโครงสร้างพื้นฐานต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก นักลงทุนจึงไม่ได้มองเพียงว่าบริษัทจะลงทุนเพิ่มได้มากแค่ไหน แต่ยังต้องพิจารณาด้วยว่าเงินลงทุนเหล่านั้นสามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้ดีเพียงใด

มุมมองของ UBS จึงให้น้ำหนักกับการใช้สินทรัพย์และเครือข่ายสนามบินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการเพิ่มรายได้จากบริการต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่สูงกว่ากรณีพื้นฐานยังขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการต่อเครื่อง การเชื่อมต่อระหว่างสายการบิน และการขยายรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินโดยตรง

สรุป: จับตาความสามารถในการทำเงิน มากกว่ารอภาพฮับขนาดใหญ่

UBS ยังคงแนะนำซื้อ AOT ด้วยราคาเป้าหมาย 75 บาท และมองอัพไซด์ 31% โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มจาก 2.9 หมื่นล้านบาทในปีงบประมาณ 2570 เป็น 4.5 หมื่นล้านบาทในปีงบประมาณ 2574

สำหรับนักลงทุน ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าสุวรรณภูมิจะเป็นฮับเต็มรูปแบบได้หรือไม่ แต่คือ AOT จะเปลี่ยนเครือข่ายสนามบินที่มีอยู่ให้สร้างรายได้และผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้มากขึ้นเพียงใด ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายและประมาณการดังกล่าวเป็นมุมมองของ UBS ไม่ใช่ผลประกอบการที่เกิดขึ้นแล้วหรือการรับประกันผลตอบแทน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง