เอเซีย พลัสส่องงบ Q3/69 กลุ่มแบงก์ ชู KTB-KBANK คุมต้นทุนเด่น

#ทันหุ้น-ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากำไรสุทธิกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง (BAY, BBL, KBANK, KKP, KTB, SCB, TISCO และ TTB)งวดไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานรายได้หรือกำไรที่เกิดจากการซื้อและขายสินทรัพย์ทางการเงิน หรือ Trading income ที่อยู่ในระดับสูงในไตรมาส 3/68
ขณะที่ภาพรวมเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับเพิ่มขึ้น และสินเชื่อที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดย KKP, BAY, KTB และ TISCO มีกำไรเติบโตดีกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วน BBL ทรงตัว ขณะที่ KBANK, SCB และ TTB ชะลอตัวเล็กน้อย
ด้านสินเชื่อรวมกลุ่มเติบโต 0.5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 2.7% จากต้นปี โดยเกือบทุกธนาคารมีสินเชื่อขยายตัว ยกเว้น BAY ได้แรงหนุนจากสินเชื่อรายใหญ่และภาครัฐ สะท้อนกลยุทธ์เน้นลูกหนี้ความเสี่ยงต่ำภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน นำโดย KTB เติบโต 1.5% QoQ และ 5.1% YTD ตามด้วย TISCO เพิ่มขึ้น 1.1% QoQ และ 1.2% YTD, KKP เพิ่มขึ้น 0.6% QoQ และ 3.7% YTD และ BBL เพิ่มขึ้น 0.5% QoQ และ 3.2% YTD
ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) อยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท ฟื้นตัว 1.8% QoQ สอดคล้องกับ NIM ของกลุ่มที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.03% จาก 2.98% ในไตรมาส 2/69 โดยปรับตัวดีขึ้นในเกือบทุกธนาคาร บ่งชี้ว่าแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมาอาจผ่านจุดเลวร้ายที่สุดแล้ว
อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) อยู่ที่ 7.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 9% QoQ และลดลง 14% YoY จากความผันผวนของรายได้ Trading Income ซึ่งอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 26% QoQ และ 51% YoY ตามภาวะตลาดสินทรัพย์เสี่ยงที่แต่ละธนาคารถือครอง ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 7% YoY โดยธุรกิจ Wealth Management และ Bancassurance (Banca) ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ
ด้านประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุนยังแตกต่างกัน โดย Cost to Income Ratio ของกลุ่มอยู่ที่ 44.2% เพิ่มขึ้นจาก 43.8% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ KTB และ KBANK ทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม อยู่ที่ 38.4% และ 41.8% ตามลำดับ
สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดย NPL ต่อสินเชื่อรวมทรงตัวจากไตรมาสก่อนที่ 3.6% ขณะที่ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 198% จาก 193% ในไตรมาสก่อน สะท้อนระดับกันชนรองรับความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง แม้ Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ 1.4% จาก 1.5% ในไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ ธนาคารที่มี Coverage Ratio สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม ได้แก่ BBL ที่ 322%, KTB ที่ 202%, TISCO ที่ 193% และ KBANK ที่ 168% ขณะที่ BAY อยู่ในระดับต่ำสุดของกลุ่มที่ 140% โดยภาพรวมธนาคารพาณิชย์ยังรักษาความแข็งแกร่งด้านเงินสำรองได้ดี ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจและความผันผวนของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย
ขณะที่สถิติผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีต (2551 - 2568) พบว่าหุ้นกลุ่มธนาคารทยอย ฟื้นตัวช่วง พ.ย. - มี.ค. ตามการขยับเข้าสู่ฤดูปันผลประจำปี โดยคาดกลุ่มฯ ยังให้ Div Yield ราว 5% - 6% ต่อปี (ยังไม่รวมปันผลพิเศษ)
ทั้งนี้ Bond Yield เริ่มกลับทิศ (หรือทรงตัว) และ Fund Flow เริ่ม Stabilize เปิดทาง Re-rating ยังเลือก ธนาคารใหญ่ ที่มี Earnings visibility สูง จากความสามารถในการควบคุมต้นทุนและ Coverage ratio แกร่ง ช่วยเป็น กันชนรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ เน้น KTB และ KBANK
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
