กลุ่มเอไอเอไตรมาสแรกแกร่ง

จีน-ฮ่องกงทำผลงานโดดเด่น
#เอไอเอ #ทันหุ้น กลุ่มบริษัทเอไอเอ เปิดงบไตรมาสแรก มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ถึงร้อยละ 13 โดยตลาดจน และฮ่องกง ยังคงสร้างผลงานอย่างโดดเด่น ส่วนตลาดไทยเติบโตลดลง ผลจากการเติบโตที่สูงเป็นพิเศษในช่วงไตรมาส1/2568
นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า ไตรมาสแรกของปี 2569 เอไอเอยังคงรักษาการเติบโตที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 หากไม่รวมประเทศไทยซึ่งมีฐานการเติบโตในปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษ
ผลการดำเนินงานของบริษัทมีความแข็งแกร่งในทุกลุ่มธุรกิจที่รายงานยกเว้นประเทศไทย สามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้ทั้งหมดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจของเอไอเอ ขณะเดียวกัน ตลาดหลักสองแห่ง ได้แก่ จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง สามารถสร้างการเติบโตที่ยอดเยี่ยมได้ถึงมากกว่าร้อยละ 20 ในไตรมาสแรกนี้
“ความสามารถของเราในการสร้างธุรกิจใหม่ที่มีคุณภาพสูงและให้ผลกำไรอย่างสม่ำเสมอ ผสานกับกำไรจากการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของผลกำไรและกระแสเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นของเรา ทั้งนี้ ภายใต้นโยบายการบริหารจัดการเงินทุนของเอไอเอ ทางกลุ่มบริษัทได้เริ่มดำเนินการซื้อหุ้นคืนภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569”
เอไอเอประสบความสำเร็จในการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13คิดเป็นมูลค่า 1,757ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569โดยทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตรธุรกิจของเราต่างมีส่วนช่วยให้มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตขึ้น
*สร้างการเติบโตสูง
เอไอเอ ประเทศจีน ยังคงการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB)ที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 26 จากผลงานที่แข็งแกร่งอย่างมากของทั้ง ช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านธนาคารที่ แม้ความต้องการของผลิตภัณฑ์สะสมทรัพย์ระยะยาวจะอยู่ในระดับสูง แต่การที่เรามุ่งเน้นให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในด้านความต้องการทางการเงินอย่างครอบคลุม ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ17 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ จากผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตในไตรมาสแรก
“โปรแกรมพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของเอไอเอ ประเทศจีน การสรรหาตัวแทนใหม่ยังคงดำเนินไปอย่างแข็งแกร่งโดยมีจำนวนตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 นอกจากนี้ เรายังเห็นการสร้างผลงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากทั้งตัวแทนใหม่และตัวแทนเดิมของเรา เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2568 เรายังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างยอดเยี่ยมจากในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ ๆ ที่เอไอเอได้เข้าไปดำเนินธุรกิจตั้งแต่ 2562 ซึ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ปี 2573 ได้อย่างมั่นคง”
*มูลค่า VONB โต 21%
เอไอเอ ฮ่องกง สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกไตรมาส โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ถึงร้อยละ 21 โดยได้รับการสนับสนุนจากทั้งกลุ่มลูกค้าในประเทศและกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ครอบคลุมทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตรทางธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์หลักของเราที่เปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว เราเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากช่องทางที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) และช่องทาง โบรกเกอร์ของเอไอเอ มีการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สี่ของปี 2568
*ยูนิตลิงค์โตแรง
เอไอเอ ประเทศไทย มีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ ลดลงร้อยละ 18 ในไตรมาสแรกของปี 2569 เนื่องจากฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2568 อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2567 พบว่ามูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 39 แม้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบดั้งเดิมคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในไตรมาสแรกของปี 2569 แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit Linked) ได้ช่วยผลักดันให้เบี้ยประกันรับปีแรก (ANP) เติบโตขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิของมูลค่าธุรกิจใหม่ยังคงสูงกว่าร้อยละ 90
ทั้งนี้ ธุรกิจประกันชีวิตไทย ไตรมาส1/2568 มีการเติบโตสูงส่วนหนึ่งมาจาการการเปิดใช้เกณฑ์ Co payment หรือแบบประกันร่วมจ่ายที่มีผลบังคับใช้เดือนมีนาคม 2568 ทำให้กลุ่มลูกค้าคนไทยกังวลเรื่องเงื่อนไขใหม่ง จึงเร่งซื้อประกันภัย เพื่อเลี่ยงเกณฑ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ธุรกิจประกันภัยยังคงเติบโตล้อไปกับภาวะเศรษฐกิจ
เอไอเอ สิงคโปร์ รายงานมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในเชิงบวก เมื่อเปรียบเทียบกับฐานยอดขายที่สูงเป็นพิเศษในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยทั้งช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางธนาคาร และที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) รวมถึงโบรกเกอร์ ต่างสร้างการเติบโตมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยได้รับการสนับสนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่มีสินทรัพย์สุทธิสูง (High Net Worth)
เอไอเอ มาเลเซีย มีการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นในระดับเลขหลักเดียวที่สูงในไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตัวแทนช่องทางตัวแทนและช่องทางการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางธนาคาร เรายังคงเห็นการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย โดยมีจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานรวมถึงตัวแทนที่มีคุณภาพสูงและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2569
ตลาดอื่น ๆ รายงานการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในทิศทางที่เป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งสามารถชดเชยบางส่วนจากการชะลอตัวในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ขณะเดียวกัน Tata AIA Life ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของกลุ่มในประเทศอินเดีย ยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้อย่างโดดเด่น สำหรับงวดสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
โดยรวมแล้ว เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 อยู่ที่ 3,152 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ร้อยละ 56.0 สำหรับอัตรากำไรเมื่อคำนวณบนฐานมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) ยังคงทรงตัวที่ร้อยละ 11 ในขณะที่รายได้เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 อยู่ที่ 14,865 ล้านเหรียญสหรัฐ
ความคืบหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ตามนโยบายการบริหารเงินทุนของกลุ่มบริษัท ได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินรวม 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับการประกาศผลประกอบการประจำปี 2568 โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นมา ภายหลังจากการเริ่มต้นโครงการ บริษัทได้ดำเนินการซื้อหุ้นสามัญคืนสะสมรวมทั้งสิ้น 56.7 ล้านหุ้น จนถึงวันซื้อขายหลักทรัพย์วันสุดท้ายก่อนการประกาศนี้ (คือวันที่ 29 เมษายน 2569) โดยมีมูลค่ารวมที่ชำระแล้ว (ไม่รวมค่าใช้จ่าย) ประมาณ 4,806 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือคิดเป็นประมาณ 614 ล้านเหรียญสหรัฐ
ภาพรวม
แม้สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันจะส่งผลให้ตลาดทุนโลกมีความผันผวน แต่ปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย อาทิ โครงสร้างประชากรที่เอื้ออำนวย รายได้ที่เพิ่มขึ้น ระดับการเข้าถึงประกันภัยภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และความคุ้มครองด้านสวัสดิการสังคมที่ยังมีอยู่อย่างจำกัด ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ก่อให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันของเราอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
แนวโน้มการดำเนินธุรกิจของเอไอเอมีความโดดเด่นอย่างยิ่ง จากความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง การกระจายตัวของธุรกิจในหลายพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้างที่ทรงพลังของธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพในเอเชีย การจัดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเราได้เอื้อให้เราได้รับโอกาสสำคัญที่รออยู่ข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจใหม่ที่มีกำไร ซึ่งจะส่งผลให้มีรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างผลกำไรส่วนเกิน และมูลค่าผู้ถือหุ้นที่มากขึ้นอีกด้วย
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
เอไอเอได้รับเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่ในสกุลเงินท้องถิ่น และมีการบริหารจัดการให้สินทรัพย์และหนี้สินในแต่ละประเทศที่มีความสอดคล้องกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ดี ในการรายงานผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัท จะเกิดผลกระทบจากการแปลงสกุลเงิน เนื่องจากรายงานเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจึงได้นำเสนออัตราการเติบโตและบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงานบนฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Exchange Rates: CER) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นเพื่อสะท้อนภาพผลการดำเนินงานที่แท้จริงของธุรกิจได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
