STARKตัวจริงมาร์จิ้นโดด งบพุ่ง67.8%ตุนงานเพียบ

STARKตัวจริงมาร์จิ้นโดด งบพุ่ง67.8%ตุนงานเพียบ
ทันหุ้น
13 พฤษภาคม 2564 ( 08:15 )
19
STARKตัวจริงมาร์จิ้นโดด งบพุ่ง67.8%ตุนงานเพียบ

ทันหุ้น- STARK โชว์ กำไรไตรมาส 1/64 แตะ 441.12 ล้านบาท พุ่ง 67.8% มาร์จิ้นโดดจากฝีมือลุยงานมาร์จิ้นสูง ต้นทุนลด ขณะที่รายได้รวมโต ลงทุนเวียดนามออกดอก ตุน Backlog แน่นกว่า 13,000 ล้านบาท และรอลุ้นผลประมูลงานประเภท High Potential ทั้งในและต่างประเทศ มูลค่า 9,000 ล้านบาท มั่นใจรายได้ปีนี้โตทะลุเป้า 15-20% ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

 

นายประกรณ์ เมฆจำเริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK เปิดเผยว่าภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2564 มีรายได้รวม 4,660.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,637.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 3,023.75 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 441.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.27 ล้านบาท หรือ 67.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 262.85 ล้านบาท

 

ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลประกอบการมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากการรับรู้ผลประกอบการของการลงทุนที่เวียดนาม ส่งผลให้รายได้หลักในไตรมาส 1/2564 อยู่ที่ 4,655 ล้านบาท เติบโตประมาณ 54.1% จากปีก่อน ประกอบกับการมุ่งเน้นกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง (High margin product) โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟแรงดันระดับกลางจนถึงระดับสูงพิเศษ (Medium – Extra High Voltage) ที่มีการเติบโตสูงเพื่อรองรับโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชน ยังส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 67.8% อีกด้วย

 

@ ต้นทุนลดประสิทธิภาพเพิ่ม

 

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ดำเนินแผนการลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย (Lean management) มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้มีนโยบายที่ใช้โรงหลอม Dovina ที่ประเทศเวียดนาม เพื่อหลอม และแปรรูป เพื่อใช้ภายในกลุ่มบริษัทฯ ส่งผลทำให้บริษัทย่อย PDITL มีต้นทุนการผลิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

 

“การเข้าลงทุนในประเทศเวียดนาม สร้างผลลัพธ์ที่ดีมาก เนื่องด้วยโรงหลอม Dovina ที่ประเทศเวียดนาม ทำให้บริษัทฯ มีข้อได้เปรียบในเรื่องของค่าไฟ และค่าแรงขั้นต่ำ บริษัทฯ จึงได้ส่งแผ่นทองแดง (Copper cathode) ไปยังเวียดนามเพื่อใช้ในการหลอมและแปรรูปเป็นทองแดงเส้น (Copper rod) ก่อนนำมาใช้ในกระบวนการผลิตต่อในประเทศไทยและเวียดนาม ส่งผลทำให้ต้นทุนในการผลิตมีการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตได้ต่อเนื่อง”

 

ทั้งนี้ตามรายงานงบการเงินไตรมาส1/2564 พบว่า บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจหลัก 16.6% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 14% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิจากธุรกิจหลักอยู่ที่ 7.9% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 6.5% ส่วนอัตรากำไรสุทธิรวมของบริษัทอยู่ที่ 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 8.7%

 

@ แบ็คล็อคแน่น1.3หมื่นล.

 

นายประกรณ์ กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2564 ยังคงเป้าหมายรายได้ในปีนี้ เติบโต 15-20% และมั่นใจว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่อง โดยจะมาจากรายได้หลักคือ ธุรกิจสายไฟฟ้า และสายเคเบิ้ล มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีไปพร้อมกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ และยังคงมุ่งเน้นการขายสินค้าในกลุ่มที่มีความสามารถในการทำกำไรได้สูง (High Margin) โดยเฉพาะกลุ่มสายไฟแรงดันระดับกลาง จนถึงระดับสูงพิเศษที่มีการเติบโตสูง เพื่อรองรับโครงการต่างๆ ของภาครัฐและเอกชน พร้อมกับการควบคุมต้นทุน และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการบริหารจัดการร่วมกันของกลุ่มบริษัท จะช่วยให้เพิ่มความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น

 

ขณะที่ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 13,000 ล้านบาท โดยเป็นงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างรอลุ้นผลการประมูลงานประเภท High Potential ทั้งในและต่างประเทศรวมมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาทอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง