รีเซต

"ไวรัสนิปาห์"อันตราย! ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน นักไวรัสวิทยาเผยความยากในการผลิตเกิดจากอะไร?

"ไวรัสนิปาห์"อันตราย! ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน นักไวรัสวิทยาเผยความยากในการผลิตเกิดจากอะไร?
TNN ช่อง16
23 มกราคม 2569 ( 16:19 )
12

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ถึงความยากในการผลิตวัคซีนป้องกัน ไวรัส Nipah โดยระบุว่า


พอมีข่าวเรื่องไวรัส Nipah ในอินเดีย ก็มีคนหลังบ้านมาถามว่า ทำไมเราไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตัวนี้ ความยากอยู่ตรงไหน?


ความยากไม่ได้อยู่ที่วัคซีนครับ มีวัคซีนทำได้ในแล็บหลายตัวมากๆ ตีพิมพ์ออกมาเยอะพอสมควร แต่ความยากคือ


1. วัคซีนคนต้องมีการทดสอบหลายเฟส ตั้งแต่ความปลอดภัยไปถึงประสิทธิภาพ ซึ่ง การทดสอบประสิทธิภาพได้ต้องมีการทดสอบในสภาวะที่มีการระบาดของเชื้อ ไวรัส Nipah มีการระบาดแบบนานๆ ที และเป็นหย่อมๆ ไม่ได้ระบาดต่อเนื่องเหมือนโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ ทำให้นักวิจัยหาจังหวะทดสอบยากมาก เพราะไม่รู้ว่าจะระบาดเมื่อไหร่และที่ไหน พอจะไปทดสอบ การระบาดก็อาจจะหยุดไปแล้ว ทำให้ไม่มีข้อมูลยืนยันผล


2. ไวรัสนิปาห์มีความรุนแรงมากและมีอัตราการเสียชีวิตสูง (40-75%) การวิจัยต้องทำในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับสูงสุด (BSL-4) เท่านั้น ซึ่งมีจำนวนน้อยมากทั่วโลก และ ประเทศไทยไม่มี การมีขั้นตอนความปลอดภัยที่เข้มงวดสุดขีดแบบนี้ ทำให้การวิจัยเดินหน้าได้ช้ากว่าไวรัสทั่วไป

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

3. เนื่องจากผู้ติดเชื้อมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับโรคอื่น บริษัทใหญ่ๆเจ้าของเงินทุนจึงมองว่าผลิตออกมาแล้วอาจไม่คุ้มทุน ทำให้ขาดเงินทุนวิจัยต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทดสอบเฟสต่างๆใช้งบมหาศาล ไม่มีเงินก็ไม่มีงานครับ


ปัจจุบันเริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น mRNAและ Viral Vector ถูกนำมาใช้พัฒนาวัคซีนนิปาห์แล้ว ช่วงปี 2024 ที่ผ่านมา มีวัคซีน เช่น ChAdOx1 NipahB (จากทีม Oxford ที่ทำวัคซีนโควิด AstraZeneca) ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการทดสอบในมนุษย์แล้ว แต่คิดว่ายังดำเนินไปอย่างช้าๆด้วยเหตุผลข้างต้น


สำหรับ "ไวรัสนิปาห์" ถือเป็นเชื้อไวรัสที่มีความอันตรายสูง โดยมีค้างคาวผลไม้เป็นพาหะตามธรรมชาติ เชื้อสามารถติดต่อสู่มนุษย์ได้ผ่านการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากสัตว์ที่ติดเชื้อ 

นอกจากนี้ยังสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ผ่านทางละอองฝอยและน้ำลาย ซึ่งความน่ากลัวของโรคนี้คืออัตราการเสียชีวิตที่สูงถึงร้อยละ 75 ผู้ป่วยมักจะมีอาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด เช่น มีไข้ อาเจียน และอ่อนเพลีย ก่อนจะพัฒนาไปสู่ปัญหาระบบทางเดินหายใจและภาวะสมองอักเสบที่รุนแรง ซึ่งหากรอดชีวิตมาได้ ผู้ป่วยบางรายอาจยังต้องเผชิญกับผลกระทบทางระบบประสาทในระยะยาว


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง