รีเซต

สรุปอีลอน มัสก์ เปิดศึก OpenAI และ Microsoft เรียกค่าเสียหาย 4.7 ล้านล้านบาท

สรุปอีลอน มัสก์ เปิดศึก OpenAI และ Microsoft เรียกค่าเสียหาย 4.7 ล้านล้านบาท
TNN ช่อง16
26 มกราคม 2569 ( 19:08 )
12

สงครามระหว่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) กับอดีตพันธมิตรอย่าง OpenAI และยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ได้ทวีความรุนแรงขึ้นสู่จุดแตกหัก เมื่อมัสก์ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาล โดยกล่าวหาว่าทั้งสองบริษัทได้รับผลประโยชน์โดยมิชอบจากการสนับสนุนในช่วงเริ่มต้นของเขา ในขณะที่ OpenAI ได้งัดหลักฐานออกมาโต้กลับว่าแท้จริงแล้วมัสก์เองคือผู้ที่ผลักดันให้บริษัทแสวงหากำไรแต่ต้องล้มเหลวเพราะไม่ได้อำนาจควบคุมตามที่ต้องการ


เดิมพันมูลค่า 1.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.7 ล้านบาท 

ในการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง อีลอน มัสก์ เรียกร้องค่าเสียหายสูงถึง 1.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.7 ล้านล้านบาท จาก OpenAI และ Microsoft โดยอ้างว่านี่คือมูลค่าของผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบที่ทั้งสองบริษัทได้รับจากการสนับสนุนของเขาในช่วงก่อตั้ง

โดยอีลอน มัสก์ ระบุว่า OpenAI ได้รับผลประโยชน์จากการสนับสนุนของเขาคิดเป็นมูลค่าระหว่าง 6.55 หมื่นล้านถึง 1.09 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.03 ล้านล้านบาท - 3.39 ล้านล้านบาท ในขณะที่ Microsoft ได้รับไปประมาณ 1.33 หมื่นล้านถึง 2.51 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.12 แสนล้านบาท - 7.78 แสนล้านบาท 

ทนายความของอีลอน มัสก์ย้ำว่า “หากไม่มีอีลอน มัสก์ ก็ไม่มี OpenAI” เพราะเขาเป็นผู้มอบเงินทุนตั้งต้นส่วนใหญ่กว่า 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,178 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของเงินทุนทั้งหมดในขณะนั้น รวมถึงให้ยืมชื่อเสียงและช่วยระดมทีมงานหัวกะทิ

อีลอน มัสก์กล่าวหาว่า OpenAI ละเมิดพันธกิจแรกเริ่มในการปรับโครงสร้างเป็นองค์กรแสวงหาผลกำไร และเขามีสิทธิ์ที่จะทวงคืนมูลค่าที่งอกเงยขึ้นมานี้

การโต้กลับของ OpenAI ความจริงที่อีลอนไม่ได้เล่า

OpenAI ตอบโต้ข้อกล่าวหาของมัสก์อย่างดุเดือด โดยเรียกคดีนี้ว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ไร้สาระ และเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญคุกคามเพื่อสกัดกั้นคู่แข่งและเอื้อประโยชน์ให้กับ xAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์ของอีลอน มัสก์เอง

OpenAI ได้เผยแพร่บันทึกการสนทนาและอีเมลเก่าตั้งแต่ปี 2017-2018 เพื่อหักล้างข้ออ้างของมัสก์ ดังนี้

อีลอน มัสก์เห็นด้วยกับการแสวงหากำไร

หลักฐานระบุว่าในปี 2017 อีลอน มัสก์และผู้ก่อตั้งคนอื่น ๆ เห็นพ้องกันว่าโครงสร้างแบบไม่แสวงหากำไร (Non-profit) เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการระดมทุนเพื่อสร้างปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) อีลอน มัสก์เองเป็นผู้กล่าวในอีเมลว่าต้องเปลี่ยนไปสู่โครงสร้างที่สร้างรายได้ได้ (เช่น B-corp หรือ C-corp) เพื่อให้มีทุนมหาศาล

ความขัดแย้งเรื่องอำนาจควบคุม

จุดแตกหักไม่ได้อยู่ที่อุดมการณ์ แต่เกิดจากการเจรจาผลประโยชน์ไม่ลงตัว มัสก์ต้องการรวบอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จและต้องการถือหุ้นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็ควบรวม OpenAI เข้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Tesla

เมื่อผู้ก่อตั้งคนอื่น เช่น แซม อัลต์แมน (Sam Altman) และ เกร็ก บร็อกแมน (Greg Brockman) ปฏิเสธที่จะมอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้อีลอน มัสก์ เขาจึงลาออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 โดยทำนายว่า OpenAI มีโอกาสสำเร็จ 0%หากปราศจากเขา และประกาศว่าจะไปสร้าง AGI แข่งขันภายในบริษัท Tesla แทน

บทบาทของไมโครซอฟท์และข้อโต้แย้งทางกฎหมาย

Microsoft ซึ่งถูกดึงเข้ามาพัวพันในคดีนี้ ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยระบุว่าไม่มีหลักฐานใดที่ชี้ว่าบริษัทให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการกระทำผิดของ OpenAI

ทั้ง OpenAI และ Microsoft ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ตัดพยานผู้เชี่ยวชาญของอีลอน มัสก์ ออกจากคดี โดยระบุว่าการคำนวณตัวเลขความเสียหายของเขานั้นเชื่อถือไม่ได้และ ถูกกุขึ้น ฝ่ายจำเลยมองว่าข้อเรียกร้องให้โอนย้ายเงินพันล้านจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรกลับคืนสู่ผู้บริจาคที่กลายมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ปัจจุบัน OpenAI มีโครงสร้างองค์กรที่ประกอบด้วยบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประโยชน์สาธารณะ (Public Benefit Corporation) และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เป็นผู้ถือหุ้นควบคุม ซึ่งมัสก์โจมตีว่าผิดเพี้ยนไปจากเดิม

การพิจารณาคดีมีกำหนดจะเริ่มขึ้นในเดือนเมษายน โดยจะมีคณะลูกขุนเป็นผู้ตัดสิน คดีนี้นับเป็นมากกว่าการฟ้องร้องทางธุรกิจ แต่เป็นการเปิดเผยเบื้องลึกของการก่อตั้งบริษัท AI ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลกับอดีตพันธมิตรที่กลายมาเป็นคู่แข่งสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง