รีเซต

ปริญญาไม่พอ GEN Z ต้องมี Skills ไหนถึงได้งานและรอดได้ ยุค AI Disrupt

ปริญญาไม่พอ GEN Z ต้องมี Skills ไหนถึงได้งานและรอดได้ ยุค AI Disrupt
TNN ช่อง16
20 เมษายน 2569 ( 16:20 )
3

ถึง GEN Z ที่รัก ….ตลาดงานเปลี่ยนเร็วแค่ไหน ไม่เท่ากับ คุณปรับตัวทันไหม นี่อาจเป็นยุคทองของ เหล่าเป็ดคุณภาพ และ เด็กสายศิลป์ หากคุณมี 5 Skills ต่อไปนี้  ที่ผู้บริหารและ WEF ชี้ตรงกันว่า พวกเขามองหาในตัว เด็กจบใหม่   เดี๋ยวโอ๋เล่าให้ฟัง 

ตอนนี้อเมริกา กำลังมีปรากฏการณ์ทางเศรษฐศาสตร์สำหรับเด็กจบใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นจริง เรียกว่าภาวะ "Underemployed" หรือ การที่เด็กจบใหม่ไปทำงานที่ต่ำกว่าศักยภาพจริง แบบที่ เด็กม.ปลาย ก็ทำได้ และ ก็ได้เงินเท่ากัน  เช่น บาริสต้า แคชเชียร์ Babysister ช่างไฟ ทั้งที่บางคนจบถึง วิศวะคอมพ์ ซึ่งข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ระบุว่า เด็กจบใหม่ ช่วงอายุ 22-27  อยู่ในสภาวะนี้สูงถึง 43%  พุ่งสูงสุดปลายปี 2025  นับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 แน่นอนว่าเราไม่ได้บอกว่า อาชีพเหล่านี้ไม่ดี ดีและมีเกียรติแต่กำลังชวนตั้งคำถามว่า  ใบปริญญา อาจไม่เท่ากับ การได้งานที่มั่นคงอีกต่อไป หากท้ายสุดแล้ว สิ่งที่เราเรียน ตลาดโลกไม่ต้องการ? 

สาเหตุเพราะอะไรนะ?

หลายคนคงชี้เป้าไปที่ "ปัญญาประดิษฐ์" หรือ AI  ซึ่งก็มีส่วนจริง เพราะตั้งแต่ต้นปี เรากำลังเห็นบริษัทเทค ระดับโลก ปรับโครงสร้าง ปลดคนขนานใหญ่ เพราะ AI ทำแทนได้จริง ทั้ง Meta หรือ ธนาคารของออสเตรเลีย และล่าสุด Snap บริษัทแม่ของแอป  Snapchat  เพิ่งประกาศปลดพนักงานกว่า 1,000 คน  พร้อมปิดตำแหน่งงานว่างอีกนับร้อย หลังยอมรับตรงๆ ว่า ปัจจุบัน AI สามารถสร้างโค้ดใหม่ให้กับบริษัทได้มากกว่า 65% แล้ว 
ทำให้เหลือแค่ ทีมมนุษย์ขนาดเล็ก และใช้ AI ทำแทนได้มากขึ้น

แต่ถ้าเรามองลึกลงไป AI ไม่ใช่ตัวการเดียว  ปัญหาที่รากฝังลึกกว่านั้นคือ "ตลาดแรงงานที่ Mismatch อย่างรุนแรง" เพราะการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว  และ AI Disrupt  สายที่ต้องการเมื่อ 4 ก่อน มาวันนี้มันอาจไม่เป็นที่ ต้องการเท่าเดิม อีกต่อไป ข้อมูลจาก Lightcast บริษัทวิเคราะห์แรงงาน พบ ความเหลื่อมล้ำอย่างอันตราย คือนักศึกษาเรียนจบไม่ตรงกับความต้องการของตลาด  เช่น ในรอบ 10 ปี มีคนจบสายวิทยาการคอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้นทะลุ 110%  แต่ความต้องการ ตำแหน่งงานสายนี้ เพิ่มขึ้นแค่ 6%  สวนทางตำแหน่งงานในสายสุขภาพ มีตำแหน่งว่างถึง 1.9 ล้านตำแหน่ง  แต่คนจบด้านนี้กลับเพิ่มขึ้นเพียง 5% 

ต้องมี Skills ไหน ที่จะทำให้ GEN Z  รอด  ?
สรุป 5 ทักษะสำคัญ ที่ผู้บริหารบริษัทระดับโลก และรายงาน Future of Jobs 2025 
จาก World Economic Forum ชี้ตรงกันว่า "GEN Z ต้องมี"

  1. Analytical & Critical Thinking (การคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์): 
    นี่คือทักษะอันดับ 1 ที่ WEF ยืนยันว่าองค์กรทั่วโลกต้องการมากที่สุด 
    มนุษย์ไม่ได้มีหน้าที่แค่รับข้อมูลจาก AI แต่ต้องกล้า
    ตั้งคำถาม วิเคราะห์ และตรวจสอบความถูกต้องของมันได้  
    ซึ่งมักจะถูกฝึกฝนในขั้นตอนของ เด็กสายศิลป์เป็นส่วนใหญ่ 

    เหมือนท่ี เจมี ทีแวน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Microsoft แนะนำให้เด็ก Gen Z 
    ให้ความสำคัญกับทักษะสาย "ศิลปศาสตร์" 
    เน้นการอ่านเชิงลึก  คิดวิเคราะห์โลก โดยอาศัยบริบททางสังคม 

    เพราะเมื่อ AI สามารถพูดภาษาคนได้อย่างลื่นไหล
    สิ่งที่มนุษย์ต้องเพิ่ม เพื่อสั่งงาน  AI  ไม่ใช่แค่ความรู้  
    แต่คือ การใช้การคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อสั่งให้ AI ทำงานได้ตรงใจมนุษย์

  2. Resilience and Flexibility  ความยืดหยุ่นทางใจและการปรับตัว
    WEF ระบุว่า  ใครสลัดความรู้เก่าทิ้งและเปิดรับสิ่งใหม่ได้เร็วกว่าย่อมเป็นผู้รอด
    ตอนนี้ ความรู้ในแนวกว้าง เริ่มสำคัญมากกว่า  ความรู้ในแนวดิ่ง 

    อาจเป็นยุคทองของ ชาวเป็ด ที่มีสกิลการปรับตัวที่ดีเลิศ
    สวนทางกับในอดีต ที่ชาวเป็ดมักถูกปรามาสเสมอว่า ไม่เก่งสุดสักทาง
    แต่วันนี้โลกเปลี่ยนไป เป็ดคุณภาพ มีโอกาสหางานได้มากกว่าในยุค AI 
    เพราะยุคที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน หากสิ่งที่คุณเรียนมา ถ้า AI ทำได้ทั้งหมดและดีกว่า คุณจบ
     

  3. Metacognitive Skills (ทักษะอภิปัญญา): 
    คือความสามารถในการประเมินความสามารถ เพื่อพัฒนาตัวเอง
    เคยได้ยินไหม ความน่ากลัว ไม่ใช่ การไม่รู้ แต่มันคือ การไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไรตางหาก   

  4. Empathy & Human Touch (ความเห็นอกเห็นใจ): 
    ความสามารถในการเข้าใจมนุษย์คนอื่นอย่างลึกซึ้ง 
    ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่หุ่นยนต์ยังเข้าไม่ถึงเชิงลึก

  5. Ethics & Responsibility (จริยธรรมและความรับผิดชอบ): 
    บริษัทที่ปรึกษาอย่าง McKinsey หรือ Cognizant ระบุว่า 
    นี่คือสิ่งที่ AI ทำให้ไม่ได้ และพวกเขากำลังตามหาคนสายสังคมและภาษามาช่วยแก้ปัญหานี้

    ผู้เขียนขอเพิ่มอีก 2 อย่างที่ส่วนตัวมองว่า จำเป็นในยุคปัจจุบันคือ ทักษะการสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ 
    เพราะ เราไม่สามารถทำงานคนเดียวบนโลกได้
    และต่อให้เก่งแต่ไม่มีใครยอมรับหรือเข้าใจเราเลย
    โอกาสในการเติบโตก้าวหน้าในอาชีพหรือได้รับความไว้ใจก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆ 
    และแน่นอน มันส่งผลต่อ การเงิน และ ความก้าวหน้าในชีวิตแบบเลี่ยงไม่ได้ 



อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นแค่ กลไกหนึ่ง ที่ AI ทดแทนได้  แต่จงเป็น "มนุษย์" ที่เข้าใจมนุษย์ด้วยกัน  เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่เทคโนโลยี ยังลอกเลียนแบบคนไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง