รีเซต

"อนุทิน" ชี้โลกผันผวน ไทยต้องพร้อมและยืดหยุ่น เร่งลงทุนคน นวัตกรรม ดันรัฐทันสมัย

"อนุทิน" ชี้โลกผันผวน ไทยต้องพร้อมและยืดหยุ่น เร่งลงทุนคน นวัตกรรม ดันรัฐทันสมัย
TNN ช่อง16
31 กรกฎาคม 2569 ( 21:34 )
13

"อนุทิน" ชี้โลกเข้าสู่ยุคไร้ระเบียบ ต้องสร้างความยืดหยุ่น-พึ่งพาตนเอง วางยุทธศาสตร์พัฒนาคน นวัตกรรม และปฏิรูประบบราชการ พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการลงทุนของภูมิภาค


นายกฯ ชี้โลกเข้าสู่ยุค "New World Disorder"


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน "The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกใหม่" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอให้ปรับหัวข้อการเสวนาจาก "SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER" เป็น "SURVIVING UNDER THE NEW WORLD DISORDER" หรือ "ฝ่าวิกฤติ รับมือระเบียบโลกไร้ระเบียบ" เพื่อสะท้อนสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวน ความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จเดิมในการรับมือได้อีกต่อไป


นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความพร้อมและความยืดหยุ่น เพื่อรับมือทั้งความเสี่ยงและโอกาสใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


ย้ำ "พึ่งพาตนเอง" สร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ระเบียบโลกเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยโลกาภิวัตน์ การค้า และห่วงโซ่อุปทาน กำลังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม โรคระบาด การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร


ดังนั้น แนวทางสำคัญของประเทศไทยต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ หรือ Self-Reliance บนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างฐานที่มั่นคงและทำให้ไทยสามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีภูมิคุ้มกันและยั่งยืน


เสนอกรอบ 4P ใช้ AI อย่างสมดุล


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนำแนวคิด 4P มาเป็นกรอบสำคัญในการพัฒนาและกำกับดูแล AI ของประเทศไทย ประกอบด้วย


- Prevention ป้องกันและรับมือความเสี่ยงจาก AI ไม่ให้ถูกนำไปใช้สร้างผลกระทบต่อประชาชน

- Prosperity ใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่งคั่ง

- Potential นำ AI มาเสริมศักยภาพของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และกำลังคน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตในอนาคต

- Protection วางระบบคุ้มครองประชาชนให้สามารถเข้าถึงและใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล


นายกรัฐมนตรีมองว่า AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ต้องมีระบบกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์แก่สังคมมากกว่าก่อให้เกิดความเสี่ยง


เปรียบการบริหารประเทศเหมือนหา "Critical Path"


นายกรัฐมนตรีเปรียบการบริหารประเทศท่ามกลางความผันผวนของโลกว่า คล้ายกับหลักการ Critical Path Method (CPM) ที่ต้องค้นหาเส้นทางสำคัญที่สุดของประเทศ จัดลำดับความสำคัญของโครงการและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ


พร้อมทั้งต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวตามสถานการณ์ (Improvisation) เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนของประเทศ และนำประเทศไทยไปสู่ Steady State หรือภาวะที่มีเสถียรภาพ แข็งแกร่ง และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง


วางเป้าสร้างเมืองเศรษฐกิจใหม่ทั่วประเทศ


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ควรมีศูนย์กลางการพัฒนาเพียงกรุงเทพมหานคร แต่ต้องสร้างมหานครและศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ในภูมิภาค เพื่อกระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง


พร้อมเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเส้นทางเหนือ–ใต้ และตะวันตก–ตะวันออก เพื่อใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้งของประเทศไทย เปลี่ยนประเทศจาก "ทางผ่าน" ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมของภูมิภาค




ชู 3 ปัจจัยสำคัญ สู่ประเทศไทยแห่งอนาคต


นายกรัฐมนตรีระบุว่า การยกระดับประเทศต้องเดินหน้าควบคู่กัน 3 ด้าน ได้แก่


1. พัฒนาคน


โลกยุคใหม่แข่งขันกันด้วยคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ ประเทศที่มีคนเก่ง เรียนรู้เร็ว และปรับตัวได้ดี จะได้เปรียบในการแข่งขัน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต


2. วิจัยและนวัตกรรม


ประเทศไทยต้องผลักดันการวิจัยให้ต่อยอดสู่การผลิตสินค้าและบริการเชิงพาณิชย์ เปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งสร้างผู้ประกอบการ และยกระดับนวัตกรรมให้กลายเป็นความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


3. ปฏิรูประบบราชการ


รัฐบาลจะเร่งปรับปรุงระบบราชการให้คล่องตัว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ยกระดับความโปร่งใส และส่งเสริมการทำงานแบบ Work Smart เพื่อสนับสนุนทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ



มุ่งสู่ "Exponential Thailand"


นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป้าหมายของรัฐบาลคือการผลักดันประเทศไทยสู่ "Exponential Thailand" หรือประเทศที่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา


พร้อมเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็น "ตัวคูณ" ในการขับเคลื่อนประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง