"ราคาทอง" ผันผวนสวน "ดอลลาร์" แข็งค่ารอบ 3 เดือน หลังทิศทางดอกเบี้ยไม่แน่นอน

ราคาทองคำ (ทองฟิวเจอร์ GC=F) ปรับตัวลง สูงสุดเกือบ 4% ในวันอังคาร หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้โลหะมีค่าถูกกดดันและนักลงทุนหันไปลดความเสี่ยงในตลาดโดยรวม
ราคาทองทำระดับ ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และลบกำไรทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นหลังการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งจนกลับมายืนแดนบวกที่ราว 1.7%
ขณะที่นักลงทุนกำลังประเมินผลกระทบของราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเงินเฟ้อ และความเป็นไปได้ที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจลดอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า ซึ่งลดแรงสนับสนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นักวิเคราะห์จาก Trade Nation ระบุว่า ถ้าการเทขายยังไม่หยุด อาจเห็นราคาปรับลดลงใกล้ระดับแนวรับสำคัญราว 5,000 ดอลลาร์ การปรับตัวลงของทองเกิดขึ้นพร้อมกับที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ซึ่งทำให้สินทรัพย์อย่างทอง และโลหะอื่น ๆ มีราคาที่แพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ ส่งผลต่อความต้องการโดยรวมลดลง
ขณะเดียวกันโลหะมีค่าชนิดอื่นก็ถูกกดดันไปด้วย โดยเงิน (Silver SI=F) ร่วงลงไปประมาณ 8% แพลทินัม (Platinum PL=F) ร่วงลงไปประมาณ 10% แพลเลเดียม (Palladium PA=F) ร่วงลงไปประมาณ 7%
แม้ธนาคารใหญ่บางแห่งเช่น JPMorgan จะเตือนว่า “Risk premium” จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจเพิ่มขึ้นถึง 10% แต่ในประวัติศาสตร์ ราคาทองมักขึ้นได้ไม่ยั่งยืน เมื่อหุ้นตกและนักลงทุนต้องขายสินทรัพย์เพื่อหาเงินสดหรือชดเชยมาร์จิ้น
โดยที่ดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ก็ทรุดตัวลงกว่า 1–2% พร้อมกับตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียที่ถูกเทขายตามมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
