รีเซต

ต่างชาติชูหุ้นไทย Safe Haven ลุยซื้อแบงก์-การเงิน

ต่างชาติชูหุ้นไทย Safe Haven ลุยซื้อแบงก์-การเงิน
TNN ช่อง16
10 กรกฎาคม 2569 ( 13:08 )
12

ตลาดหุ้นไทยกลับมายืนในจุดเดิมได้ แม้ก่อนหน้านี้จะเกิดอาการตื่นตระหนกจากกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความระบุว่าข้อตกลงการหยุดยิงยังไม่จบลง จนทำให้มีแรงขายทำกำไรออกมา อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ที่ขายไปกลับซื้อคืนในสัดส่วนที่น้อยมาก ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง สะท้อนมุมมองที่ว่าประเทศไทยเป็นหลุมหลบภัย (Safe Haven) ท่ามกลางความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อและราคาน้ำมันโลก

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บล.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 10 ก.ค. 69 ว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่นักลงทุนต่างชาติยังคงอัดเม็ดเงินเข้ามา ทำให้หุ้นไทยยังคงเป็นที่น่าพึ่งพา

ชู "แบงก์-การเงิน" รับอานิสงส์ต่างชาติซื้อ

คุณประกิต ระบุว่า จากสถานการณ์ที่อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง หุ้นกลุ่มการเงินจึงเป็นกลุ่มที่ตอบโจทย์ โดยหุ้นเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ KTC และ MTC รวมถึงหุ้นกลุ่มประกันอย่าง BLA ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมา

สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หากพิจารณาในแง่ของการประเมินมูลค่า (Valuation) ที่มีค่า P/E ต่ำ หุ้นที่น่าสนใจที่สุดคือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ต่างชาติเข้ามาซื้ออย่างหนัก หุ้นในกลุ่มธนาคารและกลุ่มการเงินแถวสองมักจะปรับตัวลงได้ยาก การรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวอาจทำได้ลำบาก จึงควรมีหุ้นกลุ่มนี้ติดพอร์ตไว้

การเมืองในประเทศแกร่ง ดึงดูดเม็ดเงิน

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ คือ เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศที่มีความแข็งแกร่งและฟ้องชัดเจน ยกตัวอย่างกรณีการพิจารณา พ.ร.ก. เงินกู้ฉุกเฉิน เพื่อการเปลี่ยนถ่ายพลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน ซึ่งแม้จะมีตุลาการ 2 ท่าน มองว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญในประเด็นการใช้เงินกว่า 2 แสน แต่เมื่อสามารถผ่านการพิจารณามาได้ กลับกลายเป็นข่าวดีที่สะท้อนถึงเสถียรภาพ ทำให้นักลงทุนต่างชาติยิ่งชื่นชอบและลงทุนเพิ่ม

3 ปัจจัยเสี่ยงโลกที่ต้องจับตา

สำหรับความเสี่ยงภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • ความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ปริมาณเรือขนส่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากปกติเฉลี่ย 34 ลำต่อวัน ล่าสุดเหลือเพียง 14 ลำต่อวัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยรั้งไม่ให้ราคาน้ำมันโลกลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าราคาน้ำมันจะไม่พุ่งไปถึงระดับ 100 ดอลลาร์ เนื่องจากเชื่อว่าท้ายที่สุดสถานการณ์จะจบลงที่โต๊ะเจรจา เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ได้ต้องการทำสงคราม

  • ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้าจะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ ซึ่งหากตัวเลขออกมาพุ่งสูงขึ้น อาจทำให้ตลาดกลับมามีความเครียดอีกครั้ง

  • ความผันผวนของราคาทองคำ แม้ประเมินว่าค่าเงินดอลลาร์ได้ผ่านจุดสูงสุด (Peak) ไปแล้ว แต่ทองคำยังอยู่ในช่วงของความเสี่ยงตามความสั่นไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) อย่างไรก็ตาม จากผลการประมูลพันธบัตรอายุ 30 ปีล่าสุด ที่ราคาประมูลต่ำกว่าตอนเรียก (Stop End Yield ต่ำกว่า When Issued Yield) สะท้อนให้เห็นว่ายังมีความต้องการซื้ออยู่ ทองคำจึงยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนเพื่อเก็งกำไรและรับความเสี่ยงได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง