รีเซต

วิธีรับมือการถูก "Make Fun" คนอื่นสนุกขำขัน เพราะเห็นเราเป็น ‘ตัวตลก’

วิธีรับมือการถูก "Make Fun" คนอื่นสนุกขำขัน เพราะเห็นเราเป็น ‘ตัวตลก’
TNN ช่อง16
1 เมษายน 2569 ( 12:28 )

ความตลกที่ไม่ได้เกิดจากความยินยอมพร้อมใจ แต่ ‘ตัวตนของเรา’ ถูกนำไปพูดถึงในเชิงล้อเลียน ขำขัน ซ้ำยังถูกพูดถึงมันอยู่ทุกวัน จนรู้สึกเหมือนโดนบูลลี่ ความรู้สึกแบบนี้เป็นสิ่งที่หลายคนเคยมีประสบการณ์ร่วม ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายโดนกระทำ หรือเป็นหนึ่งในเสียงขำที่กำลังทำให้ใครบางคนรู้สึกแย่ บทความนี้ขอพาทุกคนไปทำความเข้าใจ และรับมือกับความอึดอัดใจในสถานการณ์ที่ไม่น่าขำแบบนี้ กับ “ตุ้ย ชลสิทธิ์ ชำนาญ” นักจิตวิทยาคลินิก Me Center 


สถานการณ์ไหนบ้างที่คนส่วนใหญ่รู้สึกไม่พอใจเมื่อถูกพูดถึง?

การถูกพูดถึงจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่มีหลายสถานการณ์ที่ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกไม่สบายใจ หรืออึดอัด โดยเฉพาะเมื่อการพูดถึงนั้นกระทบต่อภาพลักษณ์ หรือคุณค่าในตนเอง ทำให้มักนำมาซึ่งความไม่พอใจ เช่น อาย ละอายใจ รู้สึกถูกคุกคาม โดยสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ได้แก่


-การถูกวิจารณ์หรือประเมินในเชิงลบ การถูกพูดถึงเรื่องความสามารถ บุคลิก หรือการตัดสินใจต่อหน้าคนอื่นในทางลบ มักกระตุ้นความกลัวการถูกมองว่าเราไม่ดี และทำให้เรารู้สึกว่าคุณค่าของเราถูกลดทอน


-การถูกล้อเลียนหรือพูดถึงแบบ “ขำ ๆ” ในประเด็นที่อ่อนไหว การหยอกล้อเกี่ยวกับจุดด้อยหรือความผิดพลาดของเราสามารถกระตุ้นอารมณ์ความอาย และความละอายใจได้ เนื่องจากเรารู้สึกว่าตนเองถูกคุกคาม แม้ผู้พูดอาจจะไม่มีเจตนาร้ายก็ตาม


-การถูกเปิดเผยเรื่องส่วนตัวโดยไม่ได้ยินยอม เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอารมณ์อับอายและความไม่พอใจ เพราะเมื่อคนอื่นเอาเรื่องส่วนตัวของเราไปพูดในที่สาธารณะส่งผลทำให้เรารู้สึกสูญเสียการควบคุมภาพลักษณ์ของตนเอง และถูกละเมิดขอบเขตความเป็นส่วนตัว


-การตกเป็นจุดสนใจโดยไม่สมัครใจ การถูกนำไปพูดถึงต่อหน้าคนจำนวนมากหรือในบริบทที่ไม่พร้อม มักทำให้เรารู้สึกกดดันและวิตกกังวลว่าคนอื่นจะมองเรายังไง 


-การถูกเหมารวมจากเหตุการณ์เดียว การถูกคนอื่นสรุปว่าเราเป็นอย่างไร จากพฤติกรรมเพียงครั้งเดียว อาจทำให้เรารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม และส่งผลต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง 

ทำไมเราถึงรู้สึกไม่พอใจ ทั้งที่รู้ว่าขำ ๆ แต่ก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี?

หลายคนเคยโดนแซว โดนพูดถึง หรือโดนหยอกต่อหน้าคนอื่น เราก็หัวเราะไปกับเขา ลึก ๆ เข้าใจนะว่าเขาไม่ได้ตั้งใจร้าย แต่พอจบเหตุการณ์กลับรู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ในใจ ทั้งที่ควรจะ “ไม่เป็นไร” แล้วแท้ ๆ  เหตุผลหนึ่งคือ เวลาเราถูกพูดถึง ตัวเราเองจะกลายเป็นจุดสนใจทันที และทำให้เกิดความอับอายหรือไม่สบายใจ แม้บรรยากาศจะดูเป็นกันเองก็ตาม เพราะเรารู้สึกว่าควบคุมภาพลักษณ์ของตัวเองไม่ได้เต็มที่ อีกอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือ ความกังวลเล็ก ๆ ว่า “คนอื่นจะคิดกับเรายังไง” ถึงเขาจะพูดขำ ๆ แต่สมองเรามักแปลสถานการณ์ว่า เรากำลังถูกประเมินอยู่ ซึ่งเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ที่อยากได้รับการยอมรับจากสังคม พอความคิดนี้โผล่มา ความรู้สึกไม่สบายใจก็เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ 


นอกจากนั้น การถูกล้อหรือถูกหยอกยังอาจกระทบความรู้สึกเกี่ยวกับคุณค่าของตัวเองโดยไม่รู้ตัว บางครั้งมันไม่ได้เจ็บเพราะคำพูดแรง แต่เจ็บเพราะรู้สึกว่า “เราดูไม่ดี” หรือ “เราเป็นตัวตลกของสถานการณ์นี้” นักจิตวิทยาเรียกอารมณ์แบบนี้ว่า ความอับอาย ซึ่งเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีใครตั้งใจทำร้ายเราเลย และที่สำคัญคือ เสียงหัวเราะไม่ได้แปลว่าเราต้องรู้สึกดีเสมอไป งานวิจัยพบว่า สำหรับบางคน การถูกหัวเราะใส่อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดหรืออยากหลีกเลี่ยงสถานการณ์แบบนั้นในอนาคต โดยเฉพาะถ้ารู้สึกว่าเราไม่ได้หัวเราะ “ไปด้วยกัน” แต่เป็นฝ่ายถูกหัวเราะ 


ดังนั้น การที่เรายังรู้สึกไม่ดีทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องขำ ๆ ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนไหวหรือคิดมากเกินไป แต่มันเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของใจ ที่พยายามปกป้องตัวตน ภาพลักษณ์ และความรู้สึกมีคุณค่าของเราในสายตาคนอื่น และบางครั้ง ใจก็ใช้เวลานานกว่าสมองในการ “ปล่อยวาง” จริง ๆ


รับมืออย่างไร? ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

ไม่กดความรู้สึก - ความรู้สึกไม่สบายใจเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ การยอมรับอารมณ์แทนการฝืนบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ช่วยให้ใจได้คลี่คลาย 


ให้ความเมตตากับตัวเอง - การซ้ำเติมตัวเองว่าอ่อนไหวเกินไปมักทำให้รู้สึกแย่ลง ลองเตือนตัวเองว่า ใคร ๆ ก็รู้สึกแบบนี้ได้ เพื่อฝึกฝนการมีความเมตตาต่อตนเอง 


ปรับมุมมอง ลดการคิดวน - แทนที่จะโฟกัสว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร ลองถามว่าเหตุการณ์นี้จะสำคัญกับเราในระยะยาวแค่ไหน การปรับความหมายของเหตุการณ์ช่วยลดอารมณ์ลบได้ 


ตั้งขอบเขตเมื่อจำเป็น - ถ้าเกิดซ้ำหรือกระทบใจมาก การสื่อสารความรู้สึกอย่างสุภาพหรือหลีกเลี่ยงบางสถานการณ์ เป็นวิธีการที่ไว้ดูแลตัวเองและช่วยลดความเครียดสะสมได้


ดูแลใจตนเองหลังเหตุการณ์ - การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจหรือเขียนระบายความรู้สึกช่วยให้เราประมวลอารมณ์และหยุดการคิดซ้ำ ๆ ได้ 


หากสนใจปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิก ติดต่อได้ที่

Me Center คริสตัล ดีไซน์ เซนเตอร์ (CDC) ชั้น 2 

โทร 085-355-2255

Me Center ศูนย์สมองและสุขภาพจิต ชั้น 8 โรงพยาบาลอินทรารัตน์ 

โทร 02-481-5555 ต่อ 8300

Me Center สาขาอโศก ชั้น 20 อาคาร 253 อโศก

Line Official: @mecenter (https://lin.ee/mCheDsu)


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง