เจมส์ จิ ค่าไขมันเลวสูง 280 ทั้งที่ออกกำลังกาย แพทย์เผย ทำไมต้องกินยา

หมอแทน นพ.ธนีย์ ธนียวัน ไขข้อสงสัย ทำบางคนไมค่า LDL หรือ ไขมันเลว ยังสูงทั้งที่ออกกำลังกาย กินดี ดูแลตัวเองดี ทั้งนี้หมอแทนได้ยกกรณีของ เจมส์ จิรายุ ออกมาเล่าประสบการณ์ว่า เคยตรวจพบค่า LDL cholesterol สูงถึงประมาณ 280 ตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งที่ภายหลังพยายามดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งออกกำลังกาย คุมอาหาร วิ่ง เล่นเวท และใช้ชีวิตดีขึ้นมาก ทำไมยังต้องกินยา โดยหมอแทนระบุว่า
หลายคนอาจเห็นคุณเจมส์ จิรายุ ออกมาเล่าประสบการณ์ว่า เคยตรวจพบค่า LDL cholesterol สูงถึงประมาณ 280 ตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งที่ภายหลังพยายามดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ทั้งออกกำลังกาย คุมอาหาร วิ่ง เล่นเวท และใช้ชีวิตดีขึ้นมาก
คำถามคือ ถ้าดูแลตัวเองดีขนาดนี้แล้ว ทำไม LDL ยังสูงอยู่? และถ้าเป็นคนแข็งแรง รูปร่างดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำไมยังต้องรักษาด้วยยาเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะช่วยให้เราเข้าใจความจริงสำคัญข้อหนึ่งว่า LDL สูง ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมอย่างเดียวเสมอไป
บางคน LDL สูงเพราะอาหาร น้ำหนักตัว การใช้ชีวิตหรือโรคบางอย่าง แต่ในบางคนโดยเฉพาะคนที่ LDL สูงมากตั้งแต่อายุน้อย โดยเฉพาะ สูงเกิน 190 ขึ้นไป เราต้องคิดถึงภาวะที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมด้วย พูดง่ายๆคือร่างกายของเขาอาจมีปัญหาในการจัดการ LDL ออกจากเลือด
.โดยปกติ LDL จะถูกตับดึงออกจากกระแสเลือด ผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น LDL receptor หรือโปรตีนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการพา LDL เข้าสู่ตับ แต่ถ้ากลไกเหล่านี้ทำงานผิดปกติจากพันธุกรรม LDL ก็จะค้างอยู่ในเลือดสูงกว่าปกติ และถ้าหากเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น เช่น การออกกำลังกาย การลดอาหารไขมันสูง มักจะไม่เพียงพอในการที่จะลด LDL ได้
ต่อให้ออกกำลังกายดีแค่ไหน
ต่อให้มี six pack
ต่อให้กินอาหารระวังมากขึ้น
LDL ก็อาจไม่ลดลงมาอยู่ในระดับที่ปลอดภัยได้
และนี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด บางคนคิดว่า ถ้ารูปร่างดี ออกกำลังกายดี ไตรกลีเซอไรด์ต่ำ HDL สูง แปลว่า LDL สูงก็ไม่เป็นไร แต่ในทางการแพทย์ ไม่ใช่แบบนั้นครับ HDL ที่ดี ไม่ได้ลบล้างอันตรายจาก LDL ที่สูงมาก ไตรกลีเซอไรด์ที่ต่ำ ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดปลอดภัย และการไม่มีภาวะดื้ออินซูลิน ก็ไม่ได้แปลว่า LDL จะไม่ทำร้ายผนังหลอดเลือด
บางแนวคิดพยายามบอกว่า LDL สูงไม่เป็นไร ถ้าเป็น LDL ตัวใหญ่ หรือถ้าใช้ชีวิตดีพอ ฟังดูสบายใจ แต่หลอดเลือดของเราไม่ได้เลือกฟังเฉพาะข้อมูลที่ทำให้เราสบายใจ
LDL ไม่ว่าจะขนาดใหญ่ เล็ก หรือกลาง ถ้ามีมากเกินไปและอยู่ในเลือดนานพอ ก็สามารถเข้าไปสะสมในผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิดการอักเสบ และกลายเป็นตะกรันในหลอดเลือดได้
ปัญหาของ LDL คือมันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกป่วยทันที เราอาจยังวิ่งได้ ยังออกกำลังกายได้ ยังดูแข็งแรง ยังใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ในผนังหลอดเลือด ความเสียหายอาจค่อย ๆ สะสมอยู่เงียบ ๆ เป็นปี ๆ หรือเป็นสิบปี
มีแนวคิดหนึ่งที่สำคัญมาก คือ LDL-years หมายถึงปริมาณ LDL คูณกับระยะเวลาที่มันสูง
ยิ่ง LDL สูงมาก และสูงอยู่นานเท่าไร ความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดส่วนอื่น ๆ ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ถ้าคนคนหนึ่งตรวจพบ LDL สูงตอนอายุ 25 ปี ไม่ได้แปลว่า LDL เพิ่งสูงตอนอายุ 25 ปี มันอาจสูงมาก่อนหน้านั้นหลายปีแล้ว อาจสูงมาตั้งแต่วัยรุ่น หรือก่อนหน้านั้นก็ได้ ดังนั้นการรอไปเรื่อย ๆ โดยหวังว่าออกกำลังกายอย่างเดียวจะจัดการทุกอย่างได้ อาจทำให้ร่างกายต้องสัมผัส LDL สูงนานขึ้นโดยไม่จำเป็น
ถ้า LDL สูงโดยเฉพาะถ้ายืนยันจากการตรวจซ้ำแล้วว่าสูงจริง แนวทางโดยทั่วไปคือควรได้รับการประเมินและถ้าหากสูงเกิน 190 เราจะต้องสงสัยว่าเกิดจากปัญหาทางพันธุกรรมและมักต้องเริ่มการรักษาด้วยยา ไม่ใช่พึ่งการปรับพฤติกรรมอย่างเดียว แน่นอนว่าเรายังต้องดูสาเหตุอื่นด้วย เช่น ไทรอยด์ต่ำ โรคไตบางชนิด ยาบางอย่าง โรคตับหรือน้ำดีบางกลุ่ม หรือการใช้สารบางชนิด แต่ถ้าไม่พบสาเหตุเหล่านี้ ก็ยิ่งต้องคิดถึงเรื่องพันธุกรรม
ในบางกรณี อาจควรตรวจ Lipoprotein(a) หรือ Lp(a) เพิ่มเติม เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมอีกตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ตรวจเพียงครั้งเดียวในชีวิตก็พอ เพราะค่านี้มักถูกกำหนดโดยพันธุกรรมเป็นหลัก
และถ้าสงสัยภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรม คนในครอบครัวก็ควรได้รับการคัดกรองด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่คนเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับพ่อ แม่ พี่น้อง หรือลูกในอนาคต
อีกเรื่องที่ต้องพูดย้ำ ว่า “ยา”
ไม่ใช่ความล้มเหลวของการดูแลสุขภาพ
หลายคนพยายามทำให้การกินยาดูเหมือนเป็นเรื่องน่ากลัว เหมือนเป็นการยอมแพ้ หรือเหมือนเป็นการตกเป็นเหยื่อของบริษัทยา แต่ความจริงคือ ถ้าร่างกายมี LDL สูงมากจากพันธุกรรม การใช้ยาอาจเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันโรคที่รุนแรงกว่าในอนาคต
การออกกำลังกายยังจำเป็น การกินอาหารที่ดียังสำคัญ การนอน การลดความเครียด การควบคุมน้ำหนัก ยังมีประโยชน์ทั้งหมด แต่ในบางคน สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงได้บางด้าน แต่ไม่พอที่จะดึง LDL ลงมาในระดับที่ปลอดภัย
เหมือนเราทำความสะอาดบ้านทุกวัน
แต่ถ้าท่อน้ำเสียยังรั่วอยู่เรื่อย ๆ
การถูพื้นอย่างเดียวก็คงไม่พอ ต้องซ่อมต้นเหตุด้วย
ยากลุ่ม statin เป็นยาหลักที่ใช้ลด LDL และมีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ผลข้างเคียงมีได้จริง เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในบางคน แต่ไม่ได้เกิดกับทุกคน และถ้าเกิดขึ้น แพทย์สามารถปรับชนิดยา ลดขนาดยา หรือใช้ยากลุ่มอื่นร่วมด้วยได้
.*สิ่งที่น่ากลัวกว่ายาในหลายกรณี คือการปล่อยให้ LDL สูงมากอยู่นาน ๆ โดยไม่มีการรักษา
เพราะเมื่อเกิดอาการขึ้นมาแล้ว หลายครั้งแปลว่าหลอดเลือดมีปัญหาไปมากแล้วโรคหลอดเลือดหัวใจไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว มันสะสมเงียบ ๆ มานาน และบางครั้งอาการแรกอาจเป็นอาการที่รุนแรงมาก
กรณีของคุณเจมส์จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า คนที่ดูแลตัวเองดีมาก ก็ยังอาจมี LDL สูงจากพันธุกรรมได้ และการตัดสินใจรักษาด้วยยา ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไม่ใช่เรื่องเกินความจำเป็น แต่เป็นการเลือกเชื่อข้อมูลทางการแพทย์ที่มีหลักฐานรองรับ
สุขภาพที่ดีไม่ใช่การปฏิเสธยาเสมอไป
แต่คือการรู้ว่า เมื่อไรควรใช้ชีวิตให้ดี
และเมื่อไรควรใช้การแพทย์เข้ามาช่วย
บางคำแนะนำบนโลกออนไลน์อาจฟังดูมั่นใจมาก บางแนวคิดอาจพูดเหมือนค้นพบความจริงที่วงการแพทย์ไม่กล้าบอก แต่สุดท้ายหลอดเลือดของเราไม่ได้สนใจว่าใครพูดเก่งกว่าใคร มันสนใจแค่ว่า LDL สูงแค่ไหน สูงมานานเท่าไร และเราลดมันลงได้จริงหรือไม่
ถ้าคุณตรวจพบว่า LDL สูง โดยเฉพาะสูงเกิน 190
อย่าปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรเพียงเพราะออกกำลังกายดี
รูปร่างดี หรือ HDL สูงควรพบแพทย์ตรวจยืนยันหาสาเหตุประเมินความเสี่ยงและรักษาให้เหมาะสมเพราะการป้องกันโรคหัวใจ ไม่ได้เริ่มตอนเจ็บหน้าอก แต่มันเริ่มตั้งแต่วันที่เรารู้ตัวเลขของตัวเอง
สรุปง่าย ๆ คือ
LDL สูง ไม่ได้เกิดจาก “กินไม่ดี” หรือ “ไม่ออกกำลังกาย” เสมอไป
บางคนมีปัญหาจาก “พันธุกรรม” ทำให้ร่างกายกำจัด LDL ได้ไม่ดี แม้ดูแลตัวเองดีมากก็ยังสูง
ถ้า LDL สูงมาก โดยเฉพาะเกิน 190 ตั้งแต่อายุน้อย
แพทย์จะสงสัยภาวะไขมันสูงจากพันธุกรรม (Familial Hypercholesterolemia)
คนรูปร่างดี ฟิต ออกกำลังกายเก่ง HDL สูง ไตรกลีเซอไรด์ต่ำ
ไม่ได้แปลว่า LDL สูงแล้วปลอดภัย
เพราะ LDL สูงยังทำลายผนังหลอดเลือดได้อยู่
LDL สูงสะสมนาน ๆ จะเพิ่มความเสี่ยง
โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดตีบ
โดยอันตรายมักเกิดแบบเงียบ ๆ ไม่มีอาการเตือน
แนวคิด “LDL สูงไม่เป็นไร ถ้าสุขภาพดี” ไม่ถูกต้องทั้งหมด
เพราะไม่ว่า LDL จะขนาดเล็กหรือใหญ่ ถ้ามีมากและอยู่นาน ก็สะสมในหลอดเลือดได้
การออกกำลังกาย กินดี นอนดี ลดเครียด ยังสำคัญมาก
แต่ในบางคน “ไม่พอ” ที่จะลด LDL ลงถึงระดับปลอดภัย
ถ้า LDL สูงจากพันธุกรรม การใช้ยา เช่น statin
เป็นการ “ป้องกันโรคในอนาคต” ไม่ใช่ความล้มเหลวของการดูแลสุขภาพ
ยาลด LDL มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
ส่วนผลข้างเคียงมีได้ แต่แพทย์สามารถปรับยาได้
ถ้าตรวจพบ LDL สูง ควรตรวจซ้ำเพื่อยืนยันหาสาเหตุอื่น เช่น ไทรอยด์ โรคไต ยาบางชนิดประเมินความเสี่ยงโดยแพทย์พิจารณาการรักษาอย่างเหมาะสมอาจต้องตรวจ Lp(a) เพิ่ม เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมอีกตัวถ้าสงสัยพันธุกรรม คนในครอบครัวควรตรวจด้วย