"ช่องแคบฮอร์มุซ" เดินเรือคึกคัก หลายชาติปิดดีลอิหร่าน

ปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ หลังประเทศต่าง ๆ ทยอยบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อให้เรือสามารถผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ได้อย่างปลอดภัย
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรืออย่างน้อย 21 ลำ แล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม โดยในจำนวนนี้ 13 ลำ มุ่งหน้าไปยังทะเลอาหรับ สะท้อนความพยายามของหลายประเทศที่เผชิญแรงกดดันด้านพลังงานในการเร่งขนส่งสินค้า ลูกเรือ และทรัพยากรออกจากอ่าวเปอร์เซีย
แม้เรือของอิหร่านยังคงมีสัดส่วนสูงที่สุด แต่เริ่มเห็นการผ่านของเรือจากประเทศอื่นเพิ่มขึ้น เช่น เรือบรรทุกน้ำมันดิบจากอิรักที่ได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงเรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลวของอินเดียถึง 8 ลำ หลังรัฐบาลอินเดียเจรจาสำเร็จ และกลับมาซื้อก๊าซจากอิหร่านอีกครั้งในรอบหลายปี
นอกจากนี้ ยังมีเรือที่เชื่อมโยงกับจีนและญี่ปุ่นทยอยผ่านช่องแคบได้ หลังความพยายามหลายครั้งก่อนหน้านี้ไม่ประสบผลสำเร็จ
แม้ปริมาณเรือยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม ซึ่งเคยมีเรือผ่านเฉลี่ยราว 135 ลำต่อวัน แต่แนวโน้มการฟื้นตัวเริ่มชัดเจน ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ กดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือ พร้อมส่งสัญญาณพร้อมยกระดับมาตรการ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไข
ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณชัด จะไม่เปิดช่องแคบเต็มรูปแบบ จนกว่าค่าธรรมเนียมการผ่านทางที่เรียกเก็บจากเรือจะเพียงพอชดเชยความเสียหายจากสงคราม และยังเดินหน้าผลักดันกฎหมายเพื่อสถาปนาอำนาจควบคุม ช่องแคบอย่างเป็นทางการ
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ดีลระหว่างอิหร่านกับประเทศต่าง ๆ จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในระยะสั้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งในแง่เงื่อนไข การครอบคลุมของข้อตกลง และความเสี่ยงจากสถานการณ์ทางทหารที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ในภาพรวม สถานการณ์นี้สะท้อนชัดว่า อิหร่านยังคงถืออำนาจต่อรอง ในเส้นทางพลังงานโลก และกำลังเปลี่ยนช่องแคบฮอร์มุซให้กลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์อย่างเต็มรูปแบบ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
