รีเซต

กษัตริย์ชาลส์หยอดมุขทรัมป์ “คุณคงพูดฝรั่งเศสไปแล้ว ถ้าไม่มีอังกฤษช่วย”

กษัตริย์ชาลส์หยอดมุขทรัมป์ “คุณคงพูดฝรั่งเศสไปแล้ว ถ้าไม่มีอังกฤษช่วย”
TNN ช่อง16
29 เมษายน 2569 ( 15:10 )
3

สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ได้ทรงหยอดมุขใส่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำที่ทำเนียบขาวเมื่อคืนวันอังคาร (28 เม.ย) ว่า “ถ้าไม่มีอังกฤษ..คนอเมริกันคงพูดฝรั่งเศสกันไปหมดแล้ว”


“อย่างที่คุณได้เคยบอก คุณประธานาธิบดี ว่า หากไม่ได้สหรัฐฯ บรรดาชาติยุโรปก็อาจจะพูดเยอรมันกันไปแล้ว.. เราขอบอกแบบนี้แล้วกัน .. หากไม่ได้พวกเรา (อังกฤษ) คุณก็อาจพูดฝรั่งเศสไปแล้ว” กษัตริย์ชาลส์ตรัส


กษัตริย์แห่งอังกฤษ ทรงหมายถึงดินแดนในอเมริกาเหนือ ที่มีรากฐานจากอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมหาอำนาจอาณานิคมทั้ง 2 เคยต่อสู้เพื่อแย่งชิงการควบคุมทวีปแห่งนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศเอกราชเมื่อ 250 ปีก่อน

มุขตลกของกษัตริย์ชาลส์มีขึ้น หลังจากที่ทรัมป์เคยพูดใส่หน้าเหล่าพันธมิตรยุโรปในระหว่างการประชุม World Economic Forum ในดาวอส ว่า “ถ้าไม่ได้สหรัฐฯ ช่วยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาติยุโรปก็จะพูดเยอรมัน หรืออาจจะเป็นลิตเติลเจแปนนิสกันไปหมดแล้วนะ”


ส่วนทรัมป์แซวพระองค์กลับว่า “ผมอยากจะแสดงความยินดีกับกษัตริย์ชาลส์ ที่ได้ทรงกล่าวสุนทรพจน์ที่ยอดเยี่ยมต่อคองเกรสในวันนี้ ..ที่ชาวเดโมแครตลุกขึ้นปรบมือ นั่นเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำได้เลย”


นั่นคือมุขตลกที่กล่าวระหว่าง State Dinner ในทำเนียบขาว


แต่ก่อนหน้านั้น กษัตริย์ชาลส์ได้ทรงย้ำถึงสายสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติกต่อสภาคองเกรส แม้จะเผชิญกับความตึงเครียดจากภาวะสงครามในอิหร่านก็ตาม

และนี่คือสรุปสาระสำคัญของสุนทรพจน์ของกษัตริย์ชาลส์ ต่อสภาคองเกรส ตลอด 29 นาที เมื่อวันอังคาร 28 เมษายน 2026


- ทรงย้ำถึงความสัมพันธ์พิเศษระหว่างอังกฤษและสหรัฐฯ ตรัสว่า 250 ปีของการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ คือช่วงเวลาที่สำคัญ และแม้อังกฤษกับสหรัฐฯ จะเคยเป็นคู่ขัดแย้งในอดีต แต่ปัจจุบันคือพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และย้ำว่า “นี่คือความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถแทนที่ และไม่อาจแทนได้”


- ทรงย้ำถึงการปกป้องอธิปไตยและประณามความรุนแรงทางการเมือง หลังเกิดเหตุยิงในงานเลี้ยงนักข่าวทำเนียบขาวเพียงไม่กี่วันก่อนพระองค์เสด็จเยือน ซึ่งกษัตริย์ชาลส์ทรงย้ำว่า “ความรุนแรงงจะไม่สามารถทำลายประชาธิปไตยได้” และทั้งสองประเทศจะปกป้องประชาชนและสถาบันประชาธิปไตยร่วมกัน


- ทรงย้ำถึงการสนับสนุนต่อนาโต และยูเครนอย่างชัดเจน และยังทรงย้อนถึงเหตุการณ์ 9/11 ที่อังกฤษยืนเคียงข้างสหรัฐฯ  ย้ำถึงบทบาทของนาโต และย้ำถึงความมุ่งมั่นแบบเดียวกันนี้ที่จะสนับสนุนยูเครนเพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน 


- ทรงย้ำถึงการเพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหม ซึ่งอังกฤษเพิ่งประกาศเพิ่มงบกลาโหมมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเย็น


- ทรงเตือนเรื่องสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การละลายของน้ำแข็งในอาร์กติก และทรงเตือนว่าการล่มสลายของระบบธรรมชาติจะกระทบทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคง


- ทรงเตือนประเทศต่าง ๆ อย่าหันกลับไปสู่ “การปิดตัวเองจากโลก” หรือลัทธิโดดเดี่ยว พร้อมกับทรงเรียกร้องให้สหรัฐฯ และอังกฤษ ยังคงบทบาทระดับโลกต่อไป


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง