แม่เศร้าลูกฆ่ากันเอง-มือปืนมอบตัวสู้ยอมรับเสียใจ

แม่เศร้าลูกฆ่ากันเอง-มือปืนมอบตัวสู้ยอมรับเสียใจ
TNN ช่อง16
8 พฤษภาคม 2563 ( 11:14 )
73
แม่เศร้าลูกฆ่ากันเอง-มือปืนมอบตัวสู้ยอมรับเสียใจ

 

จากกรณี  ร.ต.อ.นพดล ภูสำรอง รอง สว.( สอบสวน)  สถานีตำรวจภูธรมหาราช อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุ พี่น้อง ทะเลาะกัน แล้วก็เหตุ ใช้อาวุธปืน ยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเหตุเกิดบริเวณบ้านเลขที่ 13 ม.4 ต. บ้านนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ในที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 รายชื่อ นายสัณชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 44  ปี  ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าบริเวณ ข้างราวนมขวา 1 นัด ลำตัว1 นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่

 

ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ชื่อ นางสาว มงคลพร  อายุ 33 ปี  ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิตถูกยิงเข้าบริเวณใต้ราวนมข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง ทางแพทย์ได้ทำการรักษาจนพ้นขีด อันตรายแล้วแต่ต้องนอน รักษาตัว อยู่ที่โรงพยาบาลอ่างทองก่อน ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นพี่ชายชื่อนาย พิทยา อายุ 48 ปี หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีสาเหตุนั้นเกิดจากการที่น้องสาวได้ไปต่อว่าลูกชายของผู้ก่อเหตุเรื่องการเปิดเพลงเสียงดังจนทำให้เกิดเหตุดังกล่าวเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา 

 

ล่าสุด เช้าวันนี้ วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 นายพิทยา  อายุ 48 ปี ผู้ต้องหา สวมใส่เสื้อ เชิ้ตลายสก๊อตสีฟ้าสวมกางเกงขาสั้น กีฬา สีน้ำเงิน ได้เดินทาง มาที่ สถานีตำรวจภูธรมหาราช เพื่อเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สถิตย์  สังข์ประไพ ผกก.สภ.มหาราช  ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยอยู่ในห้องสอบสวนใช้เวลากว่า 30 นาที

 

ทางด้าน พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สภ. มหาราช เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายพิทยา ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ตนเองและ ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตมีปัญหาทะเลาะกันมาโดยตลอดและในวันที่เกิดเหตุนั้นน้องสาว ซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บได้มีเรื่องทะเลาะกับลูกชายของตนเอง เรื่อง เปิดเพลงเสียงดังและทะเลาะกันอยู่นานจนตนเกิดบันดาลโทสะ

 

จากการสอบถาม นางกิมเฮียง อายุ 69 ปี เป็นแม่ของผู้ต้องหา ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวและร้องไห้ด้วยน้ำตาว่า ตนเองปกติก็อยู่บ้านของผู้ตายและผู้บาดเจ็บแต่ได้ไปเยี่ยมลูกชายที่จังหวัดระยองเลยไม่ได้กลับมาอยู่บ้านเพราะติดสถานการณ์โรคโควิด 19 และมารู้เหตุการณ์ก็ตอนที่ ญาติได้โทรศัพท์แจ้งจึงเดินทางมาจากระยองตั้งแต่เมื่อวานส่วนสาเหตุนั้นตนได้ถามจากผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นลูกสาวก็เล่าว่าขณะเกิดเหตุวันนั้นลูกสาวไม่สบายจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์แต่หลานชายซึ่งเป็นลูกผู้ต้องหา ได้เปิดเพลงและทำให้ลูกสาวเดินไปต่อว่าจากนั้น พี่ชายซึ่งเป็นผู้ต้องหาและเป็นพ่อของหลานชาย กลับมาบ้านและมีปากเสียงกันเกิดขึ้นจนมีการยิง น้องทั้งสองคนซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวต้อนรับไม่ได้ว่าทำไมพี่น้องต้องมาฆ่าแกงกันเองและจะไม่ให้อภัยพี่ชายคนโตโดยเด็ดขาดแต่ถ้าตนอยู่บ้านอาจจะไม่เกิดเรื่องนี้อย่างแน่นอน

 

ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามนายพิทยา พี่ชายและผู้ก่อเหตุ พูดสั้นๆเพียงว่า สะสมกันมานานแล้วและก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะก็เป็นน้องของตนทั้งนั้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง