‘เอกนิติ’ยกทางรอด TISAเขย่าตลาดออม

#เอกนิติ #ทันหุ้น - “เอกนิติ” ส่งสัญญาณแรง! ชี้หากไม่เร่งปรับมาตรการภาษีเพื่อการออม ลงทุนระยะยาว สิทธิหักลดหย่อนมนุษย์เงินเดือนจะทยอย “หดตัว” ตั้งแต่ปี 2570 หลังเพดานลดหย่อน ThaiESG ถูกหั่นเหลือ 1 แสนบาท คลังดันโมเดลใหม่ “TISA” ยกเครื่องลดหย่อนได้สูงสุด 8 แสนบาท
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หากไม่มีการปรับปรุงมาตรการภาษีสำหรับการออมและการลงทุนระยะยาว สิทธิประโยชน์ทางภาษีของมนุษย์เงินเดือน จะทยอยลดลง ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ออมหลังเกษียณ
ในปัจจุบัน การออมเพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณ ที่รัฐให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นแรงจูงใจนั้น กำหนดให้สามารถนำรายจ่ายเพื่อการออมและการลงทุนในการซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ, RMF,กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(PVD), กบข.,กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, และ กอช. สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท บวกกับการลงทุนใน กองทุน ThaiESG อีก 30% ของรายได้พึ่งประเมิน แต่ไม่เกิน 3 แสนบาท รวมเป็น 8 แสนบาทที่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้
แต่ตั้งแต่ปี 2570 จนถึงปี 2575 รายจ่ายลงทุนในกองทุน ThaiESG ที่จะสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ จะลดเหลือ 1 แสนบาท ทำให้รายจ่ายการออมและการลงทุนที่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ ลดเหลือ 6 แสนบาท และตั้งแต่ปี 2576 เป็นต้นไป กรมสรรพากร จะไม่อนุญาตให้นำรายจ่ายลงทุนในกองทุน ThaiESG มาหักลดหย่อนภาษีได้อีกต่อไป
ขณะที่ ข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ในการปรับปรุงรูปแบบการลดหย่อนภาษีเพื่อการออมและการลงทุนระยะยาว หรือในรูปแบบที่เรียกว่า Thailand Individual Saving Account (TISA) ได้ปรับเพิ่มเงินออมและเงินลงทุนระยะยาว ที่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงขึ้นเป็น 8 แสนบาทต่อปี ไม่ว่าจะเป็นการออมและลงทุนใน ประกันชีวิตแบบบำนาญ ,RMF,PVD,กบข.,กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน,กอช., หุ้น, ETF, กองทุนรวมอื่นๆ ,ตราสารหนี้, ThaiESG, และ Infra Fund
จับตาลดหย่อน
ทั้งนี้ การปรับปรุงรูปแบบการลดหย่อนภาษีเพื่อการออมและการลงทุนระยะยาว หรือ TISA ดังกล่าว จะเป็นการให้ผลประโยชน์แก่คนที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี มากกว่าคนที่มีรายได้เกิน 1.5 ล้านบาท โดยคน ที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท จะอนุญาตให้นำรายจ่ายเพื่อการออมและการลงทุนดังกล่าว มาคูณด้วย 1.3 เท่า จะได้เป็นจำนวนเงินที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกิน 1.04 ล้านบาทต่อคนต่อปี ส่วนคนที่มีรายได้สูงกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี จะคูณด้วย 0.7 เท่า แต่ไม่เกิน 5.6 แสนบาทต่อปี
นอกเหนือจากที่ให้นำรายจ่ายเพื่อการออมและลงทุนดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้แล้ว TISA ยังจะกระตุ้นให้ผู้มีเงินได้ ออมหรือลงทุนเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น จึงจะยกเว้นภาษีให้สำหรับดอกเบี้ย,เงินปันผลและ Capital Gains จากการออมและลงทุนเพิ่มเติม แต่รวมกันไม่เกิน 2 แสนบาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
