รีเซต

SKY รุกเทคโนโลยีการบิน เฟ้นพันธมิตรลุยดีล M&A

SKY รุกเทคโนโลยีการบิน เฟ้นพันธมิตรลุยดีล M&A
ทันหุ้น
28 เมษายน 2569 ( 02:30 )

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทสอดรับกับมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ หรือกลุ่มที่สามารถทำงานทางไกลที่ต้องการพำนักระยะยาวเข้ามาพำนักในประเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบใหม่เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานภายในสนามบินตั้งแต่ก่อนถึงสนามบิน โดยระบบสามารถเชื่อมโยงฐานข้อมูลรัฐ ช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบ/คัดกรองข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า,  ระบบเช็กอินอัตโนมัติ (CUPPS) ระบบโหลดกระเป๋าอัตโนมัติ (Self Bag Drop) ผู้โดยสารสามารถดำเนินการเองได้ ไม่ต้องต่อคิวเคาน์เตอร์เฉพาะสายการบิน ลดความแออัดช่วงพีค

ขณะเดียวกันยังให้บริการเทคโนโลยีตรวจสอบตัวตนแทนเอกสาร, ระบบ Boarding อัตโนมัติ ที่สามารถเชื่อมข้อมูลจากจุดเช็คอิน ช่วยลดระยะเวลาและตัดขั้นตอนซ้ำซ้อนในการให้บริการอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การไหลของผู้โดยสาร (Passenger Flow) มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

“ปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น – ลดลงตามปัจจัยในแต่ละช่วงเวลา  แต่ประเด็นสำคัญ คือ พฤติกรรมการเดินทางในอนาคตจะเปลี่ยนไป บริษัทจึงมุ่งนำเทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบใหม่มาเชื่อมต่อและรองรับการบริหารจัดการท่าอากาศยาน เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้ใช้บริการสนามบินยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้บริการด้วยตนเอง (Self-Service) ลดการสัมผัส และพึ่งพาระบบดิจิทัลและข้อมูลแบบเรียลไทม์มากขึ้น พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มการเดินทางและการท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางการเดินทางภายในประเทศ”

โดยปัจจุบัน SKY ให้บริการใน 6 ท่าอากาศยานภายใต้การบริหารของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และครอบคลุม 29 ท่าอากาศยานภายใต้กรมท่าอากาศยาน พร้อมต่อยอดสร้างรายได้จากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้โดยสาร แอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT บริการ Airport Premium Service และโครงข่าย Airport Free WiFi ซึ่งมีการติดตั้ง Access Points มากกว่า 5,000 จุด และสร้างรายได้จากความร่วมมือผู้ให้บริการโครงข่ายและสื่อโฆษณาที่หลากหลาย  พร้อมกันนี้บริษัทยังเตรียมขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสการเติบโตร่วมกับพันธมิตร รวมถึงการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายธุรกิจ - เพิ่มรายได้ใหม่ ควบคู่การลงทุนเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับความสามารถแข่งขันในการประมูลงานภาครัฐในอนาคต

นายสิทธิเดช กล่าวว่า ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาจเป็นตัวเร่งให้ศูนย์กลางการบินของโลกทยอยย้ายสู่เอเชียมากขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ประเทศไทยพัฒนาสู่ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจด้านการบินของบริษัทในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง