TIPHอนุมัติจ่ายปันผล1.50บ. แผนปี69เน้นโตแบบมีคุณภาพ

#TIPH #ทันหุ้น TIPH บอร์ดอนุมัติปันผล 1.50 บาทต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ชี้ธุรกิจในเครือผลงานดีทำกำไรส่งให้บริษัท ย้ำแผนธุรกิจปี 2569 ยังคงเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ขณะที่ผลงานปี2568 ยังคงบวก แต่ถูกกดดันจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ปิดงบกำไรสุทธิได้ 1,003.58 ล้านบาท
ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH กล่าวว่า ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลอัตราหุ้นละ 1.50 บาท หุ้น สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ซึ่งจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่จ่ายไป 1.00 บาทต่อ โดยบริษัทได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท และจะจ่ายส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พร้อมกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 16 มีนาคม 2569 สำหรับอัตราเงินปันผลตอบแทน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7%
พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยมุ่งเสริมศักยภาพบริษัทย่อยและบริษัทร่วม รวมถึงต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
นอกจากนี้ TIPH ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต
*บ.ลูกตบเท้าส่งกำไร
สำหรับผลการดำเนินงานของTIPH ในปี 2568 บริษัทมีผลการดำเนินงานด้านการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่าง
มีนัยสำคัญ โดยที่บริษัทรับรู้กำไรตามสัดส่วน จากธุรกิจประกันภัย และธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้น 33.59 ล้านบาทหรือคิดเป็นการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ 34.80 เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในส่วนของธุรกิจประกันภัย ผลจากการที่บริษัทเข้าลงทุนเพิ่มในบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท ทิพย ไอบี จำกัด (บริษัทย่อยของบริษัท)ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ในสัดส่วนร้อยละ 3.75 ทำให้บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นรวมเป็นร้อยละ 21.34 ภายหลังการเข้าทำรายการ ส่งผลให้บริษัท รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทร่วมจำนวน 102.52 ล้านบาท เข้ามาในงบการเงินรวมของบริษัท ในไตรมาส 3 และ ในไตรมาส 4 ปี 2568
สะท้อนผลสำเร็จกการลงทุนของบริษัท ภายหลังปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์ รวมทั้งความสามารถในการทำกำไร และการเติบโตของบริษัทย่อยและบริษัทว่ามในกลุ่ม ขณะที่บริษัท มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ ผ่านการลงทุนในตลาดการเงินสำหรับปี 2568 เพิ่มขึ้น 88.29 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.21 โดยเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับและเงินปันผลรับที่เพิ่มขึ้น
*ภัยพิบัติกดดัน
อย่างไรก็ดี จากการที่บริษัท มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยลดลง 595.09 ล้านบาท หรือคิดเป็น
ร้อยละ 23.56 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวและอุทกภัยทางภาคใต้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ครั้งเดียว (One-Time Events) และภาวะตลาดที่อ่อนตัว (Soft Market) ของลูกรายใหญ่ ประกอบกับบริษัทฯ มีการซื้อประกันภัยต่อความเสียหายส่วนเกินจากภัยพิบัติหรือมหันตภัย (Excess of Loss - XoL) เพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยง ทำให้บริษัท มีกำไรสุทธิ สำหรับปี 255568 ที่ 1,003.58 ล้านบาท ลดลง 491.78 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 32.89 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
