รีเซต

โรงไฟฟ้าปลดล็อกกำไร ก๊าซลง-ค่าไฟใหม่หนุน

โรงไฟฟ้าปลดล็อกกำไร ก๊าซลง-ค่าไฟใหม่หนุน
ทันหุ้น
28 เมษายน 2569 ( 02:45 )

จับตากลุ่มโรงไฟฟ้าได้ประเด็นดีมากขึ้น ทั้งจากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง และโครงสร้างค่าไฟใหม่ของกระทรวงพลังงานที่ไม่ได้กดค่า Ft รวมถึงการเดินหน้าร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan  : PDP)

ล่าสุดนายธีร์ธนัตถ์  จิราศิริวัชร  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ราคาก๊าซผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หลังจากช่วงสงครามเคยขึ้นไปถึงราว 22.4 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือราว 716.80 บาทต่อMMBtu ไปแล้ว ล่าสุดราคาปัจจุบันอ้างอิง LNG Japan ปรับลดลงมาเคลื่อนไหวที่ราว 16.5 – 16.6 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 528 บาทต่อ MMBtu และมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี 2569 นี้

ซึ่งการปรับตัวลงของราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ส่งผลให้ราคาพูลก๊าซ (Pool Gas) ของไทยมีแนวโน้มปรับตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แม้ว่าในงวดไตรมาส 2/2569 ราคาพูลก๊าซไทยมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น แต่เป็นการปรับตัวขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าประมาณการเดิมอย่างมีนัยสำคัญ  เบื้องต้นประเมินว่าจะเป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานของกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ในกรอบจำกัด

โดยประเมินกรอบราคาพูลก๊าซไทยงวดไตรมาส 2/2569 ในกรอบ 320 – 330 บาทต่อ MMBtu ปรับตัวขึ้นจากราว 300 บาทต่อ MMBtu ในงวดไตรมาส 1/2569 สะท้อนผลของเวลา (Lag Time) จากการรับต้นทุนก๊าซนำเข้าที่ซื้อไว้ในช่วงที่ราคายังแพงอยู่เข้ามาคำนวณ ลดลงจากประมาณการเดิมที่ทำไว้ราว 350 บาทต่อ MMBtu

ส่วนกรณีที่กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป นายธีร์ธนัตถ์ ประเมินเป็นปัจจัยหนุนต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) งวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ขึ้นมาที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ตามที่ กกพ.เสนอ โดยเลือกที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ให้มีภาระค่าไฟฟ้าในอัตราเพียง 3 บาทต่อหน่วยแทน

พร้อมกันนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan  : PDP) ที่จะนำมาใช้ในปี 2569 – 2593 ที่สนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้สูงขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 2/2569 นี้  ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของกลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าให้ก้าวเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่ แนะนำนักลงทุนเข้าทยอยลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว อาทิ GULF มีความโดดเด่นเรื่องสถานะทางการเงิน GUNKUL มีศักยภาพการดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียน (Renewable)  

 และแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” BGRIM มีศักยภาพการเติบโตใกล้เคียง GULF แม้ว่าอัตราร่วม DE จะค่อนข้างสูง แต่บริษัทมีแผนบริหารจัดการเงินทุน เช่น การขายเงินลงทุนในโครงการเดิมออกไปบางส่วน หรือการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อนำเงินมาลงทุนต่อ  ขณะเดียวกัน บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยเปลี่ยนสัญญาขายไฟให้ลูกค้าอุตสาหกรรมประมาณ 70% เป็นแบบ Gas Link (ราคาเคลื่อนไหวตามต้นทุนก๊าซ) ทำให้ปัจจุบันเหลือความเสี่ยงจากราคาก๊าซเพียง 7% ของรายได้รวม หาก ครม. จะตรึงราคาไว้ที่ 3.88 บาท ก็จะกระทบต่อต้นทุนก๊าซ  BGRIM ไม่มาก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง