PRI งัด 6 แผนเด็ด สู้ต้นทุนพุ่งกระฉูด บริการเพิ่มมูลค่า

#PRI #ทันหุ้น – PRI ชี้ตลาดอสังหายังเจอแรงกดดัน ฉุดการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ฟากธุรกิจ Property Management มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาทเผชิญต้นทุนพุ่งเต็มแรง เร่งงัด 6 แผนรับมือ ทั้งคุมต้นทุน ดันเทคโนโลยี Gate Go เพิ่มประสิทธิภาพ กระจายซัพพลายเชน ปั้นบริการมูลค่าเพิ่ม
นางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ผู้นำธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่แบบครบวงจร ประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาในช่วงเวลา 8 เดือนที่เหลือของปี 2569 มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง จากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความผันผวนเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งที่ดันราคาพลังงานสูงขึ้น ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่า GDP ไทยปี 2569 จะเติบโตเพียง 2.5 – 3.0% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2 – 3% สะท้อนค่าครองชีพที่ยังสูง ประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับกว่า 90% ของ GDP ยิ่งกดดันกำลังซื้อให้เปราะบางส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย จากความกังวลด้านรายได้และภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต
ชี้ผลกระทบ
ด้านฝั่งบริหารทรัพย์สิน (Property Management) และการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีมูลค่าตลาดปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นทุนการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าขนส่ง วัสดุ และอุปกรณ์ซ่อมบำรุง รวมถึง ผลกระทบต่อผู้ว่าจ้างที่อาจกระทบต่อสัญญา ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งบริหารต้นทุน (Cost Control) ท่ามกลางภาวะต้นทุนใหม่ที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น โดยในส่วนของ พรีโม ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า ดังนี้
1. บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (Cost Optimization) พรีโม ให้ความสำคัญกับการทบทวนโครงสร้างต้นทุนในทุกมิติ พร้อมบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสถานการณ์
2. เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี (Technology Integration) พรีโม เดินหน้านำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามายกระดับการบริหารจัดการ เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงาน ได้แก่ ขั้นตอนการตรวจสอบงานระบบอาคาร และระบบไม้กั้นอัจฉริยะ Gate Go นอกจากรวดเร็วแล้วแต่ยังปลอดภัย
3. กระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน (Supply Chain Diversification) ขยายฐานคู่ค้าและแหล่งจัดซื้อ เพื่อรองรับความผันผวนของต้นทุน และสร้างความต่อเนื่องในการให้บริการในระยะยาว
4. พัฒนาบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-Added Services) มุ่งต่อยอดบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการบริหารอาคารและไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
5. เสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน (Financial Discipline) บริหารกระแสเงินสดอย่างรัดกุม พร้อมวางแผนทางการเงินเชิงรุก เพื่อรองรับความไม่แน่นอนและรักษาเสถียรภาพของธุรกิจในระยะยาว
6. ยกระดับมาตรฐานการบริการและความพึงพอใจลูกค้า (Customer Retention) มุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิมด้วยคุณภาพบริการที่สม่ำเสมอ พร้อมยกระดับประสบการณ์การให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการยกเลิกสัญญา
กางแผนรับมือ
นางสุพินท์ มองว่า การรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ พร้อมมอง “วิกฤติ” เป็นโอกาสขององค์กรที่มีความพร้อม โดย พรีโม ยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจ จับมือพันธมิตร ขยายบริการภายใต้แนวคิด “Living Partner” และ รุกตลาดใหม่อย่าง ขอนแก่น และ ภูเก็ต ควบคู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และสร้าง New Growth Engine เพื่อเสริมความแข็งแกร่งระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
