รีเซต

คลังยึดเกณฑ์เดิมกรองคนจน ลั่นมีงบจำกัด-ยื่นอุทธรณ์ได้

คลังยึดเกณฑ์เดิมกรองคนจน ลั่นมีงบจำกัด-ยื่นอุทธรณ์ได้
ทันหุ้น
5 มิถุนายน 2569 ( 09:08 )
8

#คลัง #ท้นหุ้น - คลังยันเดินหน้าใช้เกณฑ์ "บัตรคนจน" ตามมติ ครม.เน้นคัด "คนจนจริง" ออกจาก "คนอยากจน" ชี้เงินมีจำกัดต้องใช้ให้ตรงจุด ระบุการนำสิทธิ์บุพการีไปลดหย่อนภาษีเป็นหนึ่งในเกณฑ์สะท้อนการมีผู้ดูแล หากข้อมูลคลาดเคลื่อนยื่นอุทธรณ์ได้

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลังยืนยันว่า กระทรวงการคลังจะเดินหน้าการใช้เกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเกณฑ์ที่ประกาศออกมาจะค้นหาผู้ที่ยากจนอย่างแท้จริง เพื่อให้การใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนและเงินกู้ในช่วงภาวะวิกฤติเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ เกณฑ์การคัดกรองได้ปรับเปลี่ยนจากเกณฑ์ครอบครัวมาเป็นเกณฑ์รายบุคคล

"เราต้องถามหาว่าใครคือคนจนและลำบากที่สุดก่อน ในภาวะที่พื้นที่ทางการคลังมีจำกัดและเราอยู่ในวิกฤติที่ต้องกู้เงินมาดูแลสวัสดิการ รัฐจึงต้องลำดับความสำคัญให้กลุ่มที่ไม่มีใครดูแลเลยเป็นกลุ่มแรก”

@ แจงลดหย่อนภาษีบุพการี

สำหรับประเด็นที่เป็นข้อสงสัยเรื่องการนำบุพการีไปหักลดหย่อนภาษี ทำให้เสียสิทธิ์การถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เขาอธิบายว่า เกณฑ์นี้ถูกนำมาพิจารณาภายใต้ หลักการอุปการะ เนื่องจากผู้ที่มีชื่อถูกบุตรนำไปลดหย่อนภาษี (รายละ 30,000 บาทต่อปี) แสดงให้เห็นว่าบุตรมีรายได้ถึงเกณฑ์และทำหน้าที่ดูแลบุพการีอยู่ ซึ่งกระทรวงการคลังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มคนจนที่ไม่มีใครดูแลเลย เป็นอันดับแรกก่อน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่บุตรนำชื่อไปใช้โดยที่ไม่ได้ดูแลจริง หรือพ่อแม่ไม่ทราบเรื่อง กระทรวง ยินดีรับฟังข้อมูลและนำมาพิจารณาเป็นรายกรณี

“เรายืนยันว่า เราไม่ทิ้งคนที่ลำบากที่สุด ถ้ามีลูกดูแลก็ไม่ใช่คนที่ลำบากที่สุด แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้รับการดูแลจริงแล้วลูกนำไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี พ่อแม่ก็มาอุทธรณ์ขอสิทธิ์คืนได้ ส่วนลูกก็จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนจากพ่อแม่ได้อีก”

เขากล่าวด้วยว่า การคัดกรองนี้ไม่ใช่เพื่อจ้องตัดสิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความถูกต้องที่สุด หากผู้ใดถูกตัดสิทธิ์ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น มีบัญชีหุ้นแต่ไม่เคยใช้งาน มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทแต่ไม่มีรายได้ หรือกรณีลูกหลานนำชื่อไปลดหย่อนภาษีโดยไม่ได้ดูแลสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ หลังจากมีการประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค.นี้ ซึ่งกระทรวง จะนำข้อมูลมาตรวจสอบอีกครั้งว่ามีความเดือดร้อนจริงหรือไม่ และจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่ยากจนจริงๆ

@ คัดออก "คนอยากจน"

สาเหตุที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอง เนื่องจากในอดีตพบข้อมูลการใช้สิทธิ์ที่ผิดสังเกต เช่น ผู้ถือบัตรบางรายใช้เงิน 300 บาทซื้อยาดมชนิดเดียวซ้ำ ๆ ทุกเดือนเพื่อนำไปขายต่อ หรือผู้ที่รับสิทธิ์ขับขี่รถจักรยานยนต์ราคาแพงหลักแสนบาท กระทรวง จึงต้องใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลที่ทันสมัยขึ้น เพื่อแยกคนยากจน ออกจากคนอยากมีรายได้น้อยให้ชัดเจน

สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์เดิมสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้ผ่านหลายช่องทางเพื่อความสะดวก ได้แก่ ธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ตามที่ประกาศ ตู้ ATM ที่รองรับการใช้บัตรประชาชน เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เช่น เป๋าตัง โดยเปิดให้ยืนยันสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 4-21 มิ.ย.นี้ และประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค.นี้ จากนั้น เปิดให้อุทธรณ์ถึงสิ้นเดือนก.ค.นี้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยืนยันว่า สำหรับผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางที่ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการ ยังคงมีสวัสดิการอื่น ๆ รองรับอยู่ เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมถึงมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ฝ่ายนโยบายกำลังพิจารณาเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง