รีเซต

AOT ปักหมุดฮับการบินโลก วางเป้ารองรับผู้โดยสาร 160 ล้านคน/ปี ภายในปี 77

AOT ปักหมุดฮับการบินโลก วางเป้ารองรับผู้โดยสาร 160 ล้านคน/ปี ภายในปี 77
ทันหุ้น
25 มิถุนายน 2569 ( 13:58 )

#AOT #ทันหุ้น-AOT เดินหน้าวางยุทธศาสตร์ระยะยาวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก พร้อมเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สนามบิน และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รองรับปริมาณผู้โดยสารแตะกว่า 160 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 สร้างฐานรายได้ระยะยาวทั้งจากธุรกิจการบิน (Aeronautical Revenue) และธุรกิจเชิงพาณิชย์ (Non-Aeronautical Revenue)

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 บริษัทจะครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี โดยยังเดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ถึงปี 2580 ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบิน จากมุมมองดังกล่าว จะเป็นโอกาสของ AOT ที่จะเร่งยกระดับศักยภาพของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 – พ.ค. 2569) ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT มีเที่ยวบินรวม 552,119 เที่ยว เพิ่มขึ้น 1.38% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 90.98 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.76% สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินและการเดินทางระหว่างประเทศ แม้ยังเผชิญความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ AOT มองว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในระยะต่อไปจะเป็นโอกาสในการเร่งขยายศักยภาพสนามบิน เพื่อรองรับดีมานด์ระยะยาว โดยสนามบินสุวรรณภูมิเตรียมเร่งโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) เพิ่มพื้นที่กว่า 81,000 ตารางเมตร คาดเปิดให้บริการได้ในปี 2574 ส่งผลให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 70 ล้านคนต่อปี ดำเนินการคู่ขนานไปกับการพัฒนาทางด้านทิศใต้ พื้นที่กว่า 750,000 ตารางเมตร จะแบ่งการก่อสร้างเป็นหลายระยะ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการขั้นตอนการออกแบบ หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างโครงการพัฒนาด้านทิศใต้ ในปี 2572 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ระยะแรกในช่วงปี 2576

ด้านสนามบินดอนเมือง เตรียมก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 พร้อมปรับปรุงอาคารเดิมและระบบจราจร รองรับการเชื่อมต่อระบบราง ขณะที่เชียงใหม่และภูเก็ตอยู่ระหว่างขยายอาคารผู้โดยสารและลานจอดอากาศยาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับนักท่องเที่ยวในระยะยาว

ในเชิงรายได้ AOT ไม่ได้มุ่งพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมสนามบินเพียงอย่างเดียว แต่เตรียมเพิ่มรายได้จากธุรกิจภาคพื้นและคลังสินค้าทางอากาศที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติผลคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ซึ่งคาดจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สร้างรายได้ใหม่ในอนาคต

พร้อมกันนี้ AOT ยังวางแผนนำพื้นที่โดยรอบสนามบินมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ ผ่านโครงการโรงแรมสนามบิน ศูนย์โลจิสติกส์ อุทยานการบิน พื้นที่สำนักงาน และโครงการบริการต่างๆ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน และกระจายแหล่งรายได้ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้ากระตุ้นดีมานด์การเดินทาง ด้วยการสนับสนุนสายการบินเปิดเส้นทางใหม่ โดยเฉพาะตลาดศักยภาพสูงอย่างอินเดีย จีน และยุโรป ผ่านมาตรการลดค่าบริการขึ้นลง ค่าจอด และค่าบริการสะพานเทียบเครื่องบิน ซึ่งจะมีผลถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2571

นอกจากนี้ AOT จะนำพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับองค์กรอีกทางหนึ่ง ตลอดจนกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบท่าอากาศยาน และเกิดการจ้างงาน ซึ่งสามารถพัฒนาพื้นที่เป็นโครงการต่างๆ เช่น โรงแรมสนามบิน (Airport Hotel) ศูนย์การขนส่งและกระจายสินค้า (Logistics Park) อุทยานการบิน (Aviation Park) ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำนักงานให้เช่า ศูนย์นันทนาการ (Recreation Center) เพื่อเป็นแหล่งรวมกิจกรรมยามว่างด้านสุขภาพและความบันเทิง เป็นต้น โดยจะเปิดให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาร่วมลงทุนต่อไป

ในมิติความยั่งยืน AOT ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการ Solar Rooftop และกำหนดให้อาคารใหม่เป็นอาคารประหยัดพลังงาน รวมถึงส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในพื้นที่สนามบิน สอดรับเป้าหมาย Net-Zero ในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง