รีเซต

DITTO ผงาดรับรู้ไม้มีค่า TEAMG โอกาสคว้างานอื้อ

DITTO ผงาดรับรู้ไม้มีค่า TEAMG โอกาสคว้างานอื้อ
ทันหุ้น
28 เมษายน 2569 ( 03:00 )

            นางสาวรวีวรรณ  ภูริเดช  ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า กระทรวงได้ติดตามความคืบหน้า โครงการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติที่นำไม้มีค่าของแผ่นดินที่ยึดมาได้มาสร้างประโยชน์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีความคืบหน้าปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 1 คือ งานโครงสร้างอาคารคืบหน้าไปราว 80% ใช้งบประมาณ 1,044 ล้านบาท ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการระยะที่ 2 คือ งานภูมิสถาปัตย์ คู่ขนาน และระยะที่ 3 งานตกแต่งภายใน มั่นใจว่าเริ่มเปิดใช้งานและให้บริการประชาชนได้ปี 2571 โดยโครงการดังกล่าว ออกแบบตามศาสตร์พระราชา มีการใช้หญ้าแฝก ระบบบำบัดน้ำเสียแบบหมุนเวียน และเป็นอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งด้วยความสวมงามโดดเด่นจะทำให้มูลค่าไม้ของไทยสูงขึ้น

            สำหรับพ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ "พ.ร.บ.โลกร้อน" มีความคืบหน้า เนื่องจากผ่านขั้นตอนการตรวจร่างจากกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีความชัดเจนและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ได้ภายในปีนี้ หนึ่งในนั้นจะมีการรองรับเรื่อง คาร์บอนเครดิต  ส่วน พ.ร.บ.อากาศสะอาด อยู่ระหว่างการปรับแก้ไขร่าง โดยมีการบูรณาการร่างกฎหมาย 7 ฉบับเข้าด้วยกัน จนมีมาตราเพิ่มขึ้นกว่า 270 มาตรา มีหลักการสำคัญใช้หลัก "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย" ซึ่งเป็นหลักสากล และหลัก "ผู้ได้รับประโยชน์เป็นผู้จ่าย" เพื่อสนับสนุนคนต้นน้ำที่รักษาป่า ซึ่งจะครอบคลุมทั้งภาคเกษตร ป่าไม้ อุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไป รวมถึงสถาบันการเงิน โดยขณะนี้กำลังจัดการความซ้ำซ้อน ระหว่าง พ.ร.บ.โลกร้อน และ พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยเฉพาะเรื่องการเก็บเงินเข้ากองทุนและการกำหนดค่าธรรมเนียมการปล่อยมลพิษ  ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารายมาตราเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อผู้ประกอบการมากเกินไป

            ด้านนายฐกร  รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า DITTO มีส่วนในการดำเนินโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าร่วมกับกลุ่มคอนซอร์เทียมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น สยาม TC (บริษัทลูก) ที่เก่งงานพิพิธภัณฑ์ และ TEAMG ดูแลงานวิศวกรรม ซึ่งหลังจากงานก่อสร้างอาคารเสร็จ ขณะนี้เข้าช่วงการวางระบบที่ทั้ง DITTO และ TEAMG จะมีการรับรู้รายได้ในส่วนนี้ค่อนข้างมากต่อจากนี้ โดยในส่วนของ DITTO มีมูลค่างานไม้มีค่าราว 1,000 ล้านบาท ขณะที่ TEAMG มีมูลค่าราว 500 ล้านบาท โดยบริษัทให้ความสำคัญด้านนี้ เนื่องจากเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้ ทั้ง ระบบดับเพลิงจึงใช้เทคโนโลยี Water Mist (พ่นหมอกน้ำ) แทนสปริงเกอร์ มีการวางผังอาคารดิจิทัล หรือ Digital Twin สแกนระบบท่อและงานระบบที่อยู่ใต้ฝ้าและใต้ดินแบบ 3 มิติ ช่วยให้การซ่อมบำรุงในอนาคตทำได้แม่นยำ โดยไม่ต้องรื้อถอนส่วนที่ไม่จำเป็น

            "หลังจากเตรียมงานในโรงงานมา 3 ปี จะเริ่มรับรู้รายได้จากการติดตั้งหน้างานตั้งแต่ต้นปีนี้ และจะเห็นการเติบโตชัดเจนในไตรมาส 2 เมื่อเริ่มปิดฝ้าเพดาน โดยคาดว่ารายได้ก้อนใหญ่จะเข้ามาในปี 2570" นายฐกร กล่าว

            ส่วนงานโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ปทุมธานี เฟส 1 งานคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นปีนี้ และพร้อมเปิดให้บริการประมาณไตรมาส 2 ของปีหน้า โดย DITTO รับผิดชอบงานระบบพื้นฐานและระบบขายตั๋วทั้งหมด ขณะเดียวกันโครงการสวนสัตว์เฟส 2 จะส่งสยาม TC เข้าไปมีบทบาทหลักในส่วนของโซนจัดแสดงสัตว์ ซึ่งเป็นงานที่มีมูลค่าสูง

            นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า ในส่วนพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าบริษัทมีงานส่วนที่เหลืออีก 70% ที่จะทยอยรับรู้ต่อเนื่องในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่ง TEAMG รับผิดชอบงานด้านระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา และระบบดับเพลิงพิเศษแบบพ่นหมอกเพื่อป้องกันความเสียหายต่อไม้มีค่า  ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 4,500 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ปีนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังตั้งเป้าที่จะประมูลงานใหม่เข้ามาเติมในระบบอีกกว่า 2,800 - 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ Backlog ในอนาคตขยับขึ้นไปแตะระดับเกือบ 5,000 ล้านบาท

            โดยบริษัทยังคงเดินหน้าติดตามงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าภาครัฐจะมีโครงการออกมาอีกจำนวนมากซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ รถไฟทางคู่ ปากน้ำโพ-เด่นชัย เพื่อเชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์ให้สมบูรณ์ รวมถึงงานออกแบบสนามบินทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต และกำลังเริ่มงานที่สนามบินเชียงราย

            นอกจากนี้ในส่วนของโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร ระนอง ก็จะเป็นโครงการที่เกิดได้ ซึ่งจะมีทั้งถนน ราง และท่อ แม้จะมีขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายระบบสินค้า แต่จะงสร้างความปลอดภัยและความแน่นอนให้กับภาคขนส่ง นอกเหลือจากการการผ่านช่องแคบมะละกา ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกปล้นเรือ โดยโครงการดังกล่าวสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ จากการเป็นท่าเรือ พร้อมเสนอให้สร้างนิคมอุตสาหกรรมสองฝั่งเพื่อแปรรูปวัตถุดิบ และให้บริการซ่อมบำรุงเรือ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากจีนและซาอุดีอาระเบีย โดยยอมรับหากโครงการเกิดขึ้นจริง TEAMG มีโอกาสที่จะเข้าร่วมในการควบคุมดูแล เนื่องจากเป็นผู้จัดทำแผนนี้เสนอภาครัฐ

            พร้อมกันนี้ TEAMG ยังให้ความสำคัญกับการจัดการต้นทุน โดยได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการคำนวณและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานกว่า 1,300 คน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนกรณีงานก่อสร้าง (EPC) นั้น ได้บริหารจัดการ โดยมีการซื้อล่วงหน้าในราคาที่เหมาะสม รวมถึงและใช้เกณฑ์ค่า K ของภาครัฐ

            นายชวลิตยังเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% เป็น 75% เพื่อนำเงินมาอัดฉีดในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นการสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ผลที่สุดในระยะยาวรวมถึงการผลักดันโครงการในรูปแบบ PPP เพื่อลดภาระงบประมาณรัฐในส่วนที่เอกชนสามารถดำเนินการได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง