IVF ปักหมุดฐานดูไบ ล่าดีมานด์มีบุตรยาก

#IVF #ทันหุ้น – IVF รุกตลาดตะวันออกกลาง ปักธงดูไบเป็นฐานลุยกลุ่ม GCC เจาะลูกค้ากำลังซื้อสูง ชูเทคโนโลยี SNP Array ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนแม่นยำ ยกระดับ Success Rate แตะ 76% พร้อมปั้นธุรกิจสู่ “Fertility Ecosystem Platform” เต็มรูปแบบ ฟากผู้ถือหุ้นไฟเขียวออก IVF-W1 เสริมแกร่งเงินทุน
นางสาวเกศิณี กุลดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินสไปร์ ไอวีเอฟ จำกัด (มหาชน) หรือ IVF เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทเดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดสำนักงานตัวแทน (Representative Office) ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางขยายตลาดในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และกาตาร์ ซึ่งเป็นตลาดกำลังซื้อสูงและมีดีมานด์รักษาภาวะมีบุตรยากต่อเนื่อง
ไม่กระทบดูไบ
บริษัทประเมินว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไม่ได้กระทบดูไบโดยตรงเป็นหลัก อย่างไรก็ตามยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารความเสี่ยงและปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม
สำหรับโมเดลธุรกิจในดูไบ บริษัทเน้นเป็นฐานหาลูกค้า โดยให้บริการคำปรึกษาเบื้องต้นผ่านระบบ Telemedicine เชื่อมทีมแพทย์จากไทยแบบ Real-time เพื่อประเมินและวางแผนการรักษา ขณะที่การรักษาหลักยังดำเนินการในประเทศไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความสะดวก และเร่งการตัดสินใจของผู้ป่วย
ขณะเดียวกัน บริษัทชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยี โดยใช้ เทคโนโลยี SNP Array (Single Nucleotide Polymorphism Array) ตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน ซึ่งเป็นรายเดียวในไทยที่ตรวจได้ทั้งจำนวนและความผิดปกติของการจัดเรียง (Translocation) เพิ่มความแม่นยำ ลดความเสี่ยงแท้ง และยกระดับโอกาสตั้งครรภ์
ปัจจุบันบริษัทมีอัตราความสำเร็จ (Success Rate) อยู่ที่ 76% จากความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์และห้องแล็บมาตรฐานสากล โดยเฉพาะเคสยาก เช่น ผู้ป่วย BMI สูง หรือมีโรคประจำตัว นอกจากนี้ บริษัทประกาศยกระดับธุรกิจสู่ “Fertility Ecosystem Platform” เชื่อมโยงเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมสุขภาพ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตระยะใหม่ รองรับอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่อง
โครงสร้างเงินทุน
ด้านโครงสร้างเงินทุน ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 มีมติเอกฉันท์ 100% อนุมัติออกใบสำคัญแสดงสิทธิ IVF-W1 ไม่เกิน 137,500,000 หน่วย จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 3.2 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วย กำหนดราคาใช้สิทธิ 0.70 บาทต่อหุ้น อายุ 3 ปี และใช้สิทธิแปลงสภาพได้ทุก 6 เดือน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านเงินทุน และรองรับโอกาสลงทุนใหม่ในอนาคต อาทิ การควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) โดยไม่เพิ่มภาระหนี้
ในส่วนของตลาดในประเทศ แม้เศรษฐกิจผันผวนอาจกระทบการตัดสินใจของลูกค้าบางส่วน แต่ดีมานด์ยังเติบโตจากพฤติกรรมแต่งงานช้าและความเครียดที่เพิ่มขึ้น ทำให้ภาวะมีบุตรยากขยายตัวต่อเนื่อง บริษัทจึงมองว่าธุรกิจยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในระยะยาว พร้อมเร่งขยายฐานลูกค้าต่างชาติควบคู่พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อผลักดันสู่ผู้นำระดับภูมิภาคในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
