SPALI จ่อปั้นโครงการใหม่ 1.9 หมื่นล. เล็งซื้อที่เพิ่มหลังราคาประเมินขยับ

#SPALI#ทันหุ้น - SPALI เล็งปั้นโครงการใหม่ 1.9 หมื่นล้านบาท ปั๊ม Backlog เพิ่ม จากเดิม 1.6 หมื่นล้านบาท กินยาวไปอีก 3 ปี พร้อมย้ำเป้าปีนี้รายได้ราว 2.7 หมื่นล้านบาท โครงการเรียงคิวบุ๊กเพียบ แถมมองรัฐปรับราคาประเมินที่ดิน-ภาษีที่ดินไม่กระทบ ชี้เป็นโอกาสเก็บที่แปลงสวย วางงบส่วนนี้ไว้ราว 8 พันล้านบาท ลุยเสิร์ฟคอนโดพร้อมโอน “ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” กระตุ้นยอดขายเพิ่ม
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ในช่วงที่เหลือปี 2569 อีก 16 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.9 หมื่นล้านบาท โดยเบื้องต้นน่าจะเป็นการพัฒนาโครงการในส่วนของคอนโดเนียม จำนวน 4 โครงการ ส่วนที่เหลือเป็นการพัฒนาโครงการในลักษณะแนวราบ อาทิ บ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม เป็นต้น โดยกระจายทั้งในเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดที่มีศักยภาพต่างๆ เพื่อสร้างยอดขายและรายได้เพิ่มเติมให้กับทาง SPALI ในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งโครงการใหม่เหล่านี้บริษัทได้มีการจัดซื้อที่ดินรองรับการพัฒนาไว้ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ตลอดจนมองจะเป็นอีกปัจจัยช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวอีกทางหนึ่ง
*ปีนี้รายได้ 2.7 หมื่นล.
ทั้งนี้ ในแง่ยอดขายที่รอโอน (Backlog) ล่าสุดของบริษัทยังมีอยู่ที่ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท จากโครงการต่างๆ ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม เช่น “ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ” ฯลฯ โดยประเมินว่าน่าสามารถดำเนินการส่งมอบและรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปอีกประมาณ 3 ปีนับจากนี้ ซึ่งยังไม่นับรวมยอดขายจากโครงการใหม่ในช่วงที่เหลือปีนี้เข้ามาเสริม
สำหรับทิศทางผลประกอบการปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายการรายได้ไว้ที่ราว 2.7 หมื่นล้านบาท หลังช่วงไตรมาส 1/2569 มีรายได้แล้วประมาณ 3.95 พันล้านบาท ประกอบในช่วงที่เหลือปีนี้ยังมี Backlog ที่รอโอนอีกเป็นจำนวนมากทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม รวมทั้งยังมีการทำตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนภาพรวมธุรกิจปีนี้ให้เป็นไปตามที่วางไว้ นอกเหนือจากการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 ประเมินเป็นอีกปีที่มีความท้าทาย ผลมาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ, ภาวะสงคราม ส่งผลให้ค่าก่อสร้างในปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้น 5-6% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงคราม และเชื่อว่าแม้สงครามจบลงต้นทุนดังกล่าวก็จะไม่รีเซ็ตกลับไปที่จุดเดิม แต่จะยังคงบวกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องประมาณ 2-3% ดังนั้น โครงการที่ก่อสร้างเสร็จพร้อมโอนในปัจจุบัน (Ready to move) จึงถือเป็น "ของถูก" เพราะเป็นต้นทุนเดิมให้กับผู้ที่สนใจต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในทำเลต่างๆ ของ SPALI ได้เป็นอย่างดี เพราะในอนาคตราคาขายต้องปรับขึ้นตามต้นทุนใหม่ค่อนข้างแน่นอน
*ขึ้นราคาประเมินที่ดินเป็นโอกาส
ส่วนประเด็นกระทรวงการคลัง โดย กรมธนารักษ์ เตรียมประกาศใช้ ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ (ปี 2570-2573) โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป โดยการปรับราคาประเมินครั้งนี้ เพื่อลดช่องว่างระหว่างราคา ประเมินของรัฐกับราคาซื้อขายจริง ปัจจุบันบางพื้นที่ยังต่ำกว่าราคาตลาดถึง 30 - 40% ซึ่งในรอบนี้ทางรัฐบาลตั้งเป้าลดช่องว่างลงให้เหลือห่างจากราคาตลาดไม่เกิน 15 - 20% ประกอบกับทางรัฐบาลมีแนวทางเพิ่มความเข้มงวดจัดเก็บเพิ่มเติม ปัจจัยเหล่านี้ทาง SPALI มองไม่มีกระทบต่อบริษัท เพราะปัจจุบันทางภาครัฐได้มีการยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินในส่วนของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ช่วง 1-3 ปีแรก แต่ในทางกลับกันอาจจะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองที่ดินต้องมีภาระการจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น และทำให้ต้องมีการขายที่ดินออกสู่ตลาดเพิ่มเติม ทาง SPALI เองมองเป็นโอกาสในการจัดซื้อดินแปลงใหม่ๆ รองรับการพัฒนาคอนโดมิเนียมในอนาคต โดยวางงบลงทุนส่วนนี้ไว้ราว 8 พันล้านบาทในปี 2569
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการตอบรับกระแสความต้องการที่อยู่อาศัยพร้อมโอน (Ready to Move) ที่ช่วยสร้างความมั่นใจ ทางบริษัทจึงได้มีการนำเสนอ โครงการ Supalai PARC Ekkamai–Pattanakarn (ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ) เป็นอีกทางเลือกให้กับลูกค้าที่สนใจ โดยโครงการแห่งนี้ อาคารชุดพักอาศัย 2 อาคารจำนวน 1,607 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4.6 พันล้านบาท ที่พร้อมเปิดให้สัมผัสห้องจริงก่อนตัดสินใจ โดยโครงการยังคงรักษาโมเมนตัมของยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนการตอบรับจากผู้ซื้ออย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่ม Real Demand ที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ชีวิตในระยะยาวมากกว่าการลงทุนระยะสั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
