รีเซต

สงครามอิหร่านปะทุอีกครั้ง! ตลาดหุ้นสหรัฐ ปั่นป่วน มีเพียงหุ้นชิปที่ยืนบวก

สงครามอิหร่านปะทุอีกครั้ง! ตลาดหุ้นสหรัฐ ปั่นป่วน มีเพียงหุ้นชิปที่ยืนบวก
ทันหุ้น
10 กรกฎาคม 2569 ( 06:05 )
17

#ทันหุ้น-ดัชนี  Nasdaq ปิดที่ 25,870.65 จุด เพิ่มขึ้น 51.96 จุด (+0.20%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,482.71 จุด ลดลง 21.14 จุด (-0.28%) และดัชนี Dow Jones ปิดที่ 52,348.39 จุด ลดลง 576.76 จุด (-1.09%) โดยตลาดถูกกดดันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่กรุงอังการา ประเทศตุรเคีย เรื่องข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่สิ้นสุดลงแล้ว และขู่ว่าอาจโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งดับความหวังของนักลงทุนที่เคยเชื่อว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววัน ด้านสำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซและจะโจมตีตอบโต้เป็นสองเท่าหากถูกโจมตีอีกครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นทันที

ขณะเดียวกัน หุ้น Nvidia (NVDA) พุ่งขึ้น 3.65% หลังรัฐบาลจีนมีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำของจีนสามารถซื้อชิปรุ่น H200 ของ Nvidia ได้ในจำนวนจำกัด ซึ่งหากเป็นจริง จะถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงที่เคยเข้มงวดมาก่อนหน้านี้ และอาจเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับ Nvidia ในตลาดจีนที่มีศักยภาพสูง

ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 635.91 จุด ลดลง 10.38 จุด (-1.61%) ร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดยดัชนี DAX เยอรมนีปิดลบถึง 2.23% และดัชนี CAC-40 ฝรั่งเศสปิดลบ 2.18% สะท้อนว่าความเปราะบางของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดการเงินได้อย่างรวดเร็ว หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มก่อสร้างเป็นแรงกดดันหลัก ร่วงลง 4.4% และ 3.7% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินอย่าง Air France (AF) และ Wizz Air (WIZZ) ร่วงลงหนักจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในเช้าวันนี้ โดยบางตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปที่ดีดตัว ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังกองทัพสหรัฐ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สอง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในเช้านี้เช่นกัน ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้พุ่งขึ้นแรงที่สุดในภูมิภาคที่ 2.92% ตามแรงซื้อหุ้นชิป ขณะที่ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นและดัชนี Shanghai Composite จีนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

สำหรับตลาดหุ้นไทย มีโอกาสดีดตัวขึ้นในเช้านี้ หลังเมื่อวานปรับตัวลงหนักจากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามบรรยากาศการลงทุนโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทในวันนี้ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้เพิ่มเติม

หุ้นเด่นวันนี้คือ GUNKUL หลังเดินหน้าล่าดีลโครงการโซลาร์ลอยน้ำในฟิลิปปินส์เพิ่มอีก 200 เมกะวัตต์ ต่อยอดจากโครงการหลักขนาด 784 เมกะวัตต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยแบ่งก่อสร้างเป็น 7 เฟส เริ่มทยอยรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ปลายปี 2570 และคาดว่าจะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2571 สะท้อนความคืบหน้าของแผนขยายพอร์ตธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

#ทันหุ้น-ดัชนี  Nasdaq ปิดที่ 25,870.65 จุด เพิ่มขึ้น 51.96 จุด (+0.20%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,482.71 จุด ลดลง 21.14 จุด (-0.28%) และดัชนี Dow Jones ปิดที่ 52,348.39 จุด ลดลง 576.76 จุด (-1.09%) โดยตลาดถูกกดดันหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่กรุงอังการา ประเทศตุรเคีย เรื่องข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านที่สิ้นสุดลงแล้ว และขู่ว่าอาจโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งดับความหวังของนักลงทุนที่เคยเชื่อว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววัน ด้านสำนักข่าวของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซและจะโจมตีตอบโต้เป็นสองเท่าหากถูกโจมตีอีกครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นทันที

ขณะเดียวกัน หุ้น Nvidia (NVDA) พุ่งขึ้น 3.65% หลังรัฐบาลจีนมีแผนที่จะอนุญาตให้บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำของจีนสามารถซื้อชิปรุ่น H200 ของ Nvidia ได้ในจำนวนจำกัด ซึ่งหากเป็นจริง จะถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงที่เคยเข้มงวดมาก่อนหน้านี้ และอาจเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับ Nvidia ในตลาดจีนที่มีศักยภาพสูง

ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 635.91 จุด ลดลง 10.38 จุด (-1.61%) ร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบวันนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม โดยดัชนี DAX เยอรมนีปิดลบถึง 2.23% และดัชนี CAC-40 ฝรั่งเศสปิดลบ 2.18% สะท้อนว่าความเปราะบางของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดการเงินได้อย่างรวดเร็ว หุ้นกลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มก่อสร้างเป็นแรงกดดันหลัก ร่วงลง 4.4% และ 3.7% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินอย่าง Air France (AF) และ Wizz Air (WIZZ) ร่วงลงหนักจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสานในเช้าวันนี้ โดยบางตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปที่ดีดตัว ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังกองทัพสหรัฐ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สอง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในเช้านี้เช่นกัน ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้พุ่งขึ้นแรงที่สุดในภูมิภาคที่ 2.92% ตามแรงซื้อหุ้นชิป ขณะที่ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นและดัชนี Shanghai Composite จีนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

สำหรับตลาดหุ้นไทย มีโอกาสดีดตัวขึ้นในเช้านี้ หลังเมื่อวานปรับตัวลงหนักจากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามบรรยากาศการลงทุนโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทในวันนี้ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบ อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้เพิ่มเติม

หุ้นเด่นวันนี้คือ GUNKUL หลังเดินหน้าล่าดีลโครงการโซลาร์ลอยน้ำในฟิลิปปินส์เพิ่มอีก 200 เมกะวัตต์ ต่อยอดจากโครงการหลักขนาด 784 เมกะวัตต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยแบ่งก่อสร้างเป็น 7 เฟส เริ่มทยอยรับรู้รายได้เชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ปลายปี 2570 และคาดว่าจะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2571 สะท้อนความคืบหน้าของแผนขยายพอร์ตธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Confirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดว่ามีโอกาสขึ้นหรือลง วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง และ Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทาง ขาลงต่อเนื่อง ขณะที่ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทาง Sideway Up

ข่าวที่เกี่ยวข้อง