ทช.เตรียมทุ่มงบ 1.2 พันล้านบาท ผุดสะพานคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ ช่วยแก้จราจรติดขัด

ทช.เตรียมทุ่มงบ 1.2 พันล้านบาท ผุดสะพานคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ ช่วยแก้จราจรติดขัด
มติชน
8 มกราคม 2564 ( 16:29 )
20
ทช.เตรียมทุ่มงบ 1.2 พันล้านบาท ผุดสะพานคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ ช่วยแก้จราจรติดขัด

กรมทางหลวงชนบท เตรียมแก้ไขปัญหาการจราจรและคอขวด วางแผนสร้างสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ ปี 2565

 

กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เตรียมแผนดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ สอดรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ในการแก้ไขปัญหาจราจรบนทางขนานถนนราชพฤกษ์ทั้งสองฝั่ง สนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยและยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคม เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

 

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ให้รายละเอียดว่า ปัจจุบันอัตราการเจริญเติบโตของการใช้ที่ดินในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีการพัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะริมเขตทางของถนนราชพฤกษ์ ทำให้ถนนราชพฤกษ์ไม่สามารถรองรับการจราจรที่มีปริมาณหนาแน่น
ในปัจจุบันได้โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน ส่งผลให้ประสิทธิภาพของถนนราชพฤกษ์ลดลง เกิดปัญหาด้าน
ความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน และมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ที่ยังมีสภาพเป็นคอขวดมีการจราจรติดขัด เนื่องจากเขตทางไม่เพียงพอที่จะก่อสร้างทางขนานในรูปแบบทั่วไปได้ ทช.จึงต้องดำเนินการกำหนดรูปแบบสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ให้อยู่ในเขตทางเดิม ซึ่งจะสามารถลดปัญหาสภาพคอขวดและการจราจรในพื้นที่ได้

 

ทั้งนี้ ทช.ได้เตรียมแผนดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ โดยจะก่อสร้างเป็นสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ขนาด 2 ช่องจราจร ต่อทิศทาง บนทางขนานถนนราชพฤกษ์ ซึ่งโครงสร้างเสาและโครงสร้างส่วนบนจะเป็นโครงสร้างเหล็ก เพื่อให้งานก่อสร้างรวดเร็วและมีผลกระทบกับการจราจรบนถนนราชพฤกษ์ให้น้อยที่สุด มีจุดเริ่มต้นงานก่อสร้างประมาณ กม.ที่ 12+850 และสิ้นสุดงานก่อสร้างประมาณ กม.ที่ 14+950 สะพานฝั่งทิศตะวันออกยาวประมาณ 1,637 เมตร และสะพานฝั่งทิศตะวันตกยาวประมาณ 1,370 เมตร (ไม่รวมโครงสร้างปรับการทรุดตัว)

 

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการสำรวจออกแบบและประมาณการแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนในการของบประมาณ คาดว่าจะได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงต้นปี 2565 และจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2565 ถึง 2567 ต่อไป โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 1,200 ล้านบาท

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง