ช็อก...เมแกนเคยคิดฆ่าตัวตาย เผยกำลังจะได้ "ลูกสาว" เจ้าชายแฮร์เผยทุกวันนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ไม่รับโทรศัพท์

ช็อก...เมแกนเคยคิดฆ่าตัวตาย เผยกำลังจะได้ "ลูกสาว" เจ้าชายแฮร์เผยทุกวันนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ไม่รับโทรศัพท์
มติชน
8 มีนาคม 2564 ( 14:45 )
21
ช็อก...เมแกนเคยคิดฆ่าตัวตาย เผยกำลังจะได้ "ลูกสาว" เจ้าชายแฮร์เผยทุกวันนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ไม่รับโทรศัพท์

เอพี และ เอเอฟพี รายงานว่า ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือ เมแกน มาร์เคิล พระชายาเจ้าชายแฮร์รี เปิดใจว่าเคยมีความคิดอยากฆ่าตาย หลังจากเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในราชวงศ์อังกฤษ โดย ดัชเชสเมแกน พระชันษา 39 บอกกับ โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรดังระหว่างนั่งให้สัมภาษณ์ในรายการ Oprah with Meghan and Harry: A CBS Primetime Special” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์ที 7 มีนาคมว่า ” ฉัน…แค่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ และมันเป็นความรู้สึกที่ชัดเจน จริง และเป็นความคิดที่น่าตกใจมาก ” ดัชเชสเมแกน พูดถึงผลกระทบทางด้านจิตใจต่อข่าวด้านลบ กัดกร่อนจิตใจที่ปรากฎตามสื่อแทบลอยด์ต่างๆและในสื่อโซเชี่ยล

 

วินฟรีย์ ถามดัชเชสเมแกนว่า เคยมีความคิดอยากฆ่าตัวตายระหว่างกำลังตั้งครรภ์อาร์ชี พระโอรสหรือไม่ ซึ่งดัชเชสเมแกนตอบว่า “ใช่ มันชัดเจนมากๆ ” ทั้งยังเล่าถึงความรู้สึกตอนนั้นว่า “ฉันรู้สึกกลัว เพราะว่ามันเป็นความรู้สึกที่จริงมาก ”

ทั้งนี้ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงในการให้สัมภาษณ์ ดัชเชสเมแกน และ เจ้าชายแฮร์รี เปิดใจพูดถึงหลายเรื่องราว อาทิเรื่องเพศของลูกในครรภ์ดัชเชสเมแกนตอนนี้ ซึ่งนับเป็น ราชวงศ์ระดับสูงของอังกฤษพระองค์แรกในรอบ 100 ปีที่จะถือกำเนิดนอกประเทศอังกฤษว่า ” เป็นลูกสาว”

 

ดัชเชสเมแกน ยังพูดถึงข่าวซุบซิบที่ว่า เธอทำให้ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือ เคท มิดเดิลตัน พระชายาเจ้าชายวิลเลียมร้องไห้ ก่อนวันเสกสมรสของเธอกับเจ้าชายแฮร์รีว่า เป็นเรื่องไม่จริง  “ทุกคนในราชวงศ์ต่างรู้ดีว่า มันไม่จริง แต่มันกลับกัน ”

ดัชเชสเมแกน เล่าถึงประเด็นนี้ว่า  ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องบางอย่าง และต่อมาได้มาขอโทษเธอแล้ว  ” ราว 2-3 วันก่อนถึงวันแต่งงานของฉัน เธอ (ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์)รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่อง
บางอย่าง ซึ่งประเด็นที่เป็นข่าวก็ถูกต้อง คือเป็นเรื่องชุดเด็กหญิงที่ถือดอกไม้ และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ฉันร้องไห้ และเสียใจมาก ”

 

ดัชเชสเมแกน บอกว่านี่คือจุดเริ่มต้น และจุดเปลี่ยนในความสัมพันธ์ของเธอกับสมาชิกราชวงศ์ ” ตอนนั้นมันทำให้ฉันเข้าใจเลยว่า ไม่ใช่แค่ฉันจะไม่ได้รับการปกป้อง แต่พวกเขายังเต็มใจที่จะโกหกเพื่อปกปกป้องสมาชิกคนอื่นในราชวงศ์ ”

ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี ทรงเปิดใจถึงความแตกร้าวกับครอบครัวของพระองค์ว่า ทรงรู้สึกผิดหวัง เสียใจต่อการจัดการปัญหาของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา แต่ทรงเข้าพระทัยดีว่าทั้ง พระบิดา และเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐาต่างทรงติดอยู่กับระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ” ทั้งสองพระองค์ออกมาไม่ได้ และผมก็รู้สึกเห็นใจอย่างมาก ”

 

เจ้าชายแฮร์รี ยังปฎิเสธข่าวที่ว่า พระองค์และพระชายา ทรงไม่เห็นแก่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 สักนิดในการลาออกจากการทำหน้าที่ของสมาชิกราชวงศ์ระดับสูง โดยว่าได้มีการพูดคุยปรึกษาหลายครั้งกว่าจะตัดสินใจเช่นนี้ได้ “ผมไม่เคยไม่เห็นความสำคัญย่าของผม ผมเคารพรักพระองค์มาก ”

อย่างไรก็ตาม ในเอพี ระบุเจ้าชายแฮร์รี เล่ากับวินฟรีย์ว่า ทุกวันนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ไม่รับโทรศัพท์ของพระองค์

เจ้าชายแฮร์รี ทรงตอบคำถามพิธีกรดัง ที่ถามว่าพระองค์จะลาออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์หรือไม่ ถ้าหากไม่ได้พบกับ เมแกนว่า “ผมคงไม่สามารถทำได้ เพราะผมก็ติดอยู่กับระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญเช่นกัน กระทั่งได้มาพบกับเม็ก(เมแกน) ”

 

จังหวะนี้ ดัชเชสเมแกน ได้เล่าถึงข้อกล่าวหาต่างๆที่ว่า การลาออกจากสมาชิกราชวงศ์ระดับสูงของเธอและพระสวามี เป็นการวางแผนของเธอว่า เป็นข่าวไร้มูลความจริง ” ฉันยอมทิ้งอาชีพ ทิ้งชีวิตของฉัน ทิ้งทุกอย่างก็เพราะฉันรักเขา และนี่คือสิ่งที่เรายืนหยัดที่จะทำเพื่อแผนการณ์ชีวิตของเราตลอดไป ”

เจ้าชายแฮร์รี พูดเสริมว่า “เราทั้งสองช่วยกันทำทุกอย่างที่เราทำได้เพื่อให้มันได้ผล ” เจ้าชายแฮร์รี ยังบอกว่า พระองค์และพระชายาไม่มีวันจะเดินออกมา หากวังอังกฤษให้การปกป้องเมแกน

 

ทั้งนี้ดัชเชสเมแกน เล่าว่าตอนที่เธอรู้สึกว้าวุ่นใจ กระทั่งมีความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพราะมองไม่เห็นหนทางแก้ปัญหา เธอเคยไปปรึกษาเรื่องนี้กับข้าราชบริพารระดับสูง เพื่อบอกว่าเธอต้องการความช่วยเหลือเพื่อจัดการกับสภาวะปัญหาจิตใจของเธอ แต่กลับได้รับคำตอบว่า หากเธอทำเช่นนั้นจะเป็นผลเสียต่อราชวงศ์

ดัชเชสเมแกน เล่าด้วยว่า ตัวเธอเองไม่ได้รู้สึกกังวลเลยต่อการเป็น แม่หม้าย เป็นนักแสดงลูกครึ่งผิวสีที่ก้าวเข้าไปเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ แต่ต่อมา “ฉันก็คิดถึงเรื่องนี้ เพราะว่าพวกเขาทำให้ฉันคิด ”

 

อย่างไรก็ตาม ดัชเชสเมแกน บอกว่า สมาชิกราชวงศ์ไม่ได้ปฎิบัติต่อเธอเช่นนั้นสักเท่าไร แต่เป็นผู้คนที่อยู่เบื้องหลังสถาบันราชวงศ์มากกว่า และย้ำด้วยว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2″ ทรงมีพระเมตตาต่อฉันเสมอ”

ด้านเจ้าชายแฮร์รี เล่าว่า พระองค์ทรงถูกครอบครัวตัดความช่วยเหลือทางการเงินตั้งแต้ต้นปี 2563 หลังจากที่พระองค์และพระชายาประกาศจะลาออกจากการทำหน้าที่สมาชิกราชวงศ์ระดับสูง และว่าที่พระองค์และพระชายา สามารถเดินออกจากราชวงศ์ มาใช้ชีวิตที่เป็นอิสระได้ก็เพราะเงินที่ เจ้าหญิงไดอานา พระมารดาทิ้งไว้ให้

 

เจ้าชายแฮร์รี บอกว่า หากเจ้าหญิงไดอานายังมีพระชนม์ชีพอยู่คงโกรธมากต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สุดท้ายสิ่งที่พระมารดาต้องการก็คือ การเห็นเจ้าชายและครอบครัวมีความสุข

อนึ่งหนังสือเดอะ ซันเดย์ ไทม์ส รายงานว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะไม่ทอดพระเนตรรายการสัมภาษณ์นี้ ทั้งอ้างข้าราชบริพารไม่เปิดเผยนามพูดถึงการสัมภาษณ์ครั้งนี้ว่าเป็น “จำอวด “และวังกฤษจะไม่ออกมามีปฎิกิริยาใดๆ ถ้าหากไม่มีการโจมตีเป็นรายบุคคล

 

ล่าสุดมีข่าวว่า โอปราห์ขายรายการสัมภาษณ์นี้ให้แก่ซีบีเอส ได้เงินราว 7-9 ล้านดอลลาร์ หรือราว 210-270 ล้านบาท และยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นานาชาติสำหรับรายการสัมภาษณ์นี้

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง