นาซาเตรียมภารกิจ Swift Boost กู้วงโคจรกล้อง Swift ก่อนร่วงสู่โลก

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) กำลังเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจกู้ภัยครั้งสำคัญที่มีชื่อว่า "Swift Boost" ซึ่งมีกำหนดการปล่อยสู่อวกาศในปลายเดือนนี้ วันที่ 27 มิถุนายน เพื่อเข้าช่วยเหลือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Neil Gehrels Swift Observatory ที่กำลังสูญเสียระดับวงโคจรและตกลงมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ภารกิจนี้จะเข้าไปช่วยพยุงและรักษาให้กล้องโทรทรรศน์สามารถปฏิบัติภารกิจในอวกาศต่อไปได้อีกหลายปี
สาเหตุที่วงโคจรลดลงอย่างรวดเร็ว
นาซาเปิดเผยว่าการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมของดวงอาทิตย์ทำให้กล้องโทรทรรศน์ Swift ต้องเผชิญกับแรงต้านจากชั้นบรรยากาศมากกว่าที่ประเมินเอาไว้ ทำให้กล้องลดระดับลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อ รับมือกับความท้าทายนี้ได้อย่างเต็มที่ นาซาจึงพัฒนายานหุ่นยนต์ขึ้นไปทำภารกิจปรับวงโคจรของกล้องโทรทรรศน์ Swift
ยานหุ่นยนต์ "LINK" อัศวินผู้กอบกู้
ย้อนไปเมื่อปีที่แล้วนาซาได้ร่วมมือกับบริษัท Katalyst Space ในรัฐแอริโซนา เพื่อพัฒนา "LINK" ซึ่งเป็นยานอวกาศหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับหอดูดาว และออกแรงดึงหอดูดาวให้กลับขึ้นไปยังวงโคจรที่สูงขึ้น
สำหรับการเตรียมการปล่อยยานนั้น วิศวกรของนาซาได้ดำเนินการตามลำดับเวลาดังนี้
9 มิถุนายน วิศวกรที่ศูนย์การบินวอลลอปส์ในรัฐเวอร์จิเนีย ได้ทำการติดตั้งยาน LINK เข้ากับจรวด Pegasus XL ของบริษัท Northrop Grumman จนเสร็จสมบูรณ์
12 มิถุนายน จรวด Pegasus XL ถูกนำไปติดตั้งเข้ากับบริเวณใต้ท้องเครื่องบิน Stargazer ของ Northrop Grumman
18 มิถุนายน เครื่องบิน Stargazer ได้ออกเดินทางจากศูนย์วอลลอปส์ มุ่งหน้าไปยังเกาะควาจาเลนในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ เพื่อเตรียมทำการบินขึ้นสู่อากาศสำหรับการทำภารกิจ
กระบวนการปล่อยจรวดกลางอากาศ
วิธีการปล่อยยาน LINK นั้นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเครื่องบิน Stargazer จะทำหน้าที่บรรทุกจรวด Pegasus XL บินขึ้นไปที่ระดับความสูงประมาณ 40,000 ฟุต ก่อนที่จะทำการปล่อยจรวดลงสู่อากาศ จรวดจะอยู่ในสภาวะตกอย่างอิสระ (Free-fall) เป็นเวลาไม่กี่วินาที จากนั้นจึงจุดเครื่องยนต์และพุ่งทะยานเพื่อส่งยาน LINK เข้าสู่อวกาศ โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 10 นาทีเท่านั้น
ความสำคัญของกล้องโทรทรรศน์ Swift
สำหรับกล้องโทรทรรศน์ Swift ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศตั้งแต่ปี 2547 เพื่อทำหน้าที่ศึกษาการระเบิดของรังสีแกมมา ทว่าปัจจุบันมันถูกใช้งานในฐานะหอดูดาวอเนกประสงค์หลายความยาวคลื่น
นาซาระบุว่า Swift เปรียบเสมือนผู้ส่งต่อข้อมูลที่สำคัญของวงการดาราศาสตร์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ขึ้นอย่างฉับพลันในจักรวาล
กล้อง Swift จะสามารถระบุพิกัดและให้ข้อมูลสำคัญเบื้องต้น เพื่อให้หอดูดาวและกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวอื่นๆ สามารถใช้ข้อมูลนั้นในการติดตามและค้นคว้าต่อได้ ตัวอย่างความสำเร็จที่สำคัญคือ การที่ Swift ตรวจพบตำแหน่งของแหล่งกำเนิดรังสีเอ็กซ์ ซึ่งข้อมูลนี้ได้ช่วยให้หอดูดาวอื่น ๆ เช่น กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ สามารถติดตามจนค้นพบว่านั่นคือ ซูเปอร์โนวาที่มีอายุเก่าแก่ถึง 13 พันล้านปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
