รีเซต

เทรนด์มาแรงวันนี้! "เศรษฐกิจคนโสด" ขายของให้คนไร้คู่ ทำเงินได้ไม่ยาก เจาะลึกโอกาสทองธุรกิจไทย รับยุค Single Economy

เทรนด์มาแรงวันนี้! "เศรษฐกิจคนโสด" ขายของให้คนไร้คู่ ทำเงินได้ไม่ยาก เจาะลึกโอกาสทองธุรกิจไทย รับยุค Single Economy
TNN ช่อง16
28 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )
11

ถ้าถามวันนี้ว่า “ขายอะไรดี?”

คำตอบหนึ่งที่น่าสนใจคือ “ขายให้คนโสด”


เพราะปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Single Economy” หรือ “เศรษฐกิจคนโสด” อย่างชัดเจน หลังโครงสร้างครอบครัวแบบเดิมเริ่มเปลี่ยนไป คนแต่งงานช้าลง มีลูกน้อยลง หรือเลือกใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้น


รายงาน “The Single Economy Survey” ของ วิจัยกรุงศรี ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกำลังส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย การออม การลงทุน รวมถึงความต้องการสินค้าและบริการอย่างมีนัยสำคัญ และกำลังกลายเป็น “โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ” สำหรับภาคธุรกิจไทยในอนาคต


ทำไมคนไทย “โสดมากขึ้น”?


ผลสำรวจของวิจัยกรุงศรี ซึ่งเก็บข้อมูลจากคนเมืองอายุ 24 ปีขึ้นไป จำนวน 2,202 คน พบว่า

* 41% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่าตนเอง “โสด”

* 38% สมรสแล้ว

* อีกส่วนหนึ่งอยู่ในสถานะ “มีแฟนแต่ยังไม่แต่งงาน”


คำถามสำคัญคือ แล้วอะไรทำให้คนรุ่นใหม่เลือกโสดมากขึ้น?


คำตอบมีหลายปัจจัย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ความไม่มั่นคงของรายได้ ภาระเลี้ยงดูบุตร รวมถึงค่านิยมใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “อิสรภาพส่วนตัว”


โดยเฉพาะคนวัยทำงานในเมืองใหญ่ ที่ต้องเผชิญต้นทุนชีวิตสูง ทั้งราคาบ้าน ค่าเดินทาง ค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในการดูแลครอบครัว ทำให้หลายคนชะลอการแต่งงาน หรือเลือกไม่มีลูกเพื่อลดภาระระยะยาว


ข้อดีของชีวิตโสด ที่หลายคนมองเห็น แม้สังคมไทยจะคุ้นชินกับภาพของครอบครัวแบบดั้งเดิม แต่ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า คนจำนวนมากเริ่มมองเห็น “ข้อดี” ของการใช้ชีวิตโสดเช่นกัน


ข้อดีที่ผู้ตอบแบบสอบถามมองเห็นมากที่สุด ได้แก่

* มีอิสระในการใช้ชีวิต

* ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ง่าย

* บริหารเวลาได้ยืดหยุ่นกว่า

* ใช้เงินกับตัวเองได้เต็มที่


กว่า 58% ระบุว่า ชีวิตโสดทำให้สามารถกิน เที่ยว หรือใช้จ่ายตามใจตัวเองได้มากขึ้น ขณะที่ 57% มองว่า สามารถตัดสินใจเรื่องชีวิตได้ง่ายกว่า และอีก 54% มองว่ามีความยืดหยุ่นในการใช้เวลามากกว่า และที่น่าสนใจคือ แม้แต่คนที่แต่งงานแล้วจำนวนมาก ก็ยังมองเห็น “ข้อดีของชีวิตโสด” เช่นกัน


คนโสด ใช้เงินกับ “ตัวเอง” มากขึ้น


อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่รายงานชี้ให้เห็น คือ คนโสดมีแนวโน้มใช้จ่ายเพื่อ “ดูแลตัวเอง” สูงกว่ากลุ่มที่มีครอบครัวอย่างชัดเจน


หมวดค่าใช้จ่ายที่เติบโตเด่น ได้แก่

* ฟิตเนส

* โยคะ

* สปา

* เวชศาสตร์ความงาม

* อาหารเสริม

* สุขภาพเชิงป้องกัน

* การท่องเที่ยว

* งานอดิเรก

* สัตว์เลี้ยง


วิจัยกรุงศรีระบุว่า คนโสดใช้เงินดูแลตัวเองเฉลี่ยประมาณ 8% ของรายได้ ขณะที่กลุ่มครอบครัวใช้เพียงประมาณ 5% ของรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป มีค่าใช้จ่ายดูแลตัวเองเฉลี่ยสูงถึง 42,096 บาทต่อปี สูงกว่ากลุ่มวัยทำงานอายุน้อยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพระยะยาวมากขึ้น นอกจากนี้ กลุ่ม “มีแฟนแต่ยังไม่แต่งงาน” ยังเป็นกลุ่มที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมากที่สุด โดยประมาณ 30% เข้าฟิตเนสทุกสัปดาห์


 “กินคนเดียว” กลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่


พฤติกรรมของคนโสดกำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่จำนวนมาก หนึ่งในเทรนด์ที่เห็นชัด คือ “Solo Dining” หรือวัฒนธรรมการกินคนเดียว ที่เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติในเมืองใหญ่


ปัจจุบันเริ่มเห็นร้านอาหารจำนวนมากออกแบบเมนู “สำหรับ 1 คน” มากขึ้น ทั้งชาบู ปิ้งย่าง คาเฟ่ หรือแม้แต่บุฟเฟต์ที่เคยเน้นลูกค้ากลุ่มใหญ่


หลายแบรนด์เริ่มปรับพื้นที่ให้รองรับลูกค้ามาคนเดียวโดยเฉพาะ เช่น

* เคาน์เตอร์เดี่ยว

* โต๊ะส่วนตัว

* ระบบสั่งอาหารผ่านแอป

* ห้องพักโรงแรมขนาดเล็ก

* แพ็กเกจท่องเที่ยวแบบ Solo Travel


เทรนด์เหล่านี้สะท้อนว่า “การอยู่คนเดียว” ไม่ได้ถูกมองเป็นเรื่องแปลกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนเมืองยุคปัจจุบัน



 คอนโดเล็ก บ้านดูแลง่าย กำลังมาแรง


อีกอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์เต็ม ๆ คือ “อสังหาริมทรัพย์” คอนโดขนาดเล็ก บ้านกะทัดรัด และ Smart Home กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะตอบโจทย์คนอยู่คนเดียวได้ตรงจุด


วิจัยกรุงศรีมองว่า ในอนาคตตลาดอสังหาริมทรัพย์จะต้องออกแบบให้

* ดูแลง่าย

* ใช้พื้นที่คุ้มค่า

* ประหยัดพลังงาน

* รองรับสัตว์เลี้ยง

* เชื่อมต่อระบบอัตโนมัติ


เพราะปัจจุบัน “สัตว์เลี้ยง” กำลังกลายเป็นสมาชิกครอบครัวแทนลูกในหลายครัวเรือน


ธนาคารเริ่มจับตลาด “คนโสด”


ไม่ใช่แค่ร้านอาหารหรืออสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ภาคการเงินเองก็เริ่มมองเห็นศักยภาพของตลาดคนโสดเช่นกัน


ผลสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่ง สนใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ออกแบบเฉพาะสำหรับคนโสด เช่น

* บัญชีเงินฝากพร้อมสิทธิพิเศษ

* ประกันสุขภาพสำหรับคนอยู่คนเดียว

* บริการพยาบาลดูแลยามเจ็บป่วย

* แพ็กเกจท่องเที่ยวคนเดียว

* บัตรเครดิตเฉพาะกลุ่ม

* บริการวางแผนมรดก


กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป สนใจบัญชีเงินฝากสำหรับคนโสดมากที่สุดถึง 71% ขณะที่กลุ่มวัยทำงานอายุ 24–39 ปี สนใจบัตรเครดิตสำหรับคนโสดมากที่สุด

 ประเทศไทยเข้าสู่ยุค “Single Economy”


วิจัยกรุงศรียังเสนอแนวคิดใหม่ชื่อ “3S Economy” ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดย 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

* Single หรือคนโสด

* Solo หรือคนอยู่คนเดียว

* Silver หรือสังคมสูงวัย


ทั้ง 3 กลุ่มนี้กำลังขยายตัวพร้อมกัน และจะกลายเป็นฐานผู้บริโภคสำคัญในอนาคต


ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในยุคนี้ ได้แก่

* สุขภาพ

* เวชศาสตร์ชะลอวัย

* ประกันสุขภาพ

* บ้านอัจฉริยะ

* บริการดูแลผู้สูงอายุ

* อาหารเพื่อสุขภาพ

* บริการส่งถึงบ้าน

* แพลตฟอร์มออนไลน์

* ท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล

* ธุรกิจสัตว์เลี้ยง


 Single Economy วิกฤต หรือ โอกาส?


แม้หลายฝ่ายจะมองว่า การที่คนแต่งงานน้อยลงและมีลูกลดลง อาจกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศในระยะยาว แต่ในอีกมุมหนึ่ง เทรนด์ “Single Economy” ก็กำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาลเช่นกัน เพราะเมื่อคนโสดเพิ่มขึ้น รูปแบบการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไป และนั่นหมายความว่า “ตลาดใหม่” กำลังเกิดขึ้นตามมา


คำถามสำคัญ คือ ธุรกิจไทยจะปรับตัวทันหรือไม่ และสำหรับคุณมองว่านี่คือ “วิกฤต” หรือ “โอกาส” ?

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง