ไทยผงาดอันดับ 4 โลก! EV จีนทะลัก 1.6 แสนคัน โต 107% จีนบุกหนัก ไทยได้อะไร?

ไทยผงาดเบอร์ 4 ของโลก! เจาะลึกตลาดรถ EV จีนทะลัก ทำไมไทยถึงกลายเป็นสนามรบยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันท้องถนนเมืองไทยเต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแบรนด์ยอดฮิตจากประเทศจีน ข้อมูลล่าสุดจากกรมศุลกากรจีนระบุว่า เฉพาะเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จีนส่งออกรถ EV มายังประเทศไทยสูงถึง 17,718 คัน เพิ่มขึ้น 66% และถ้านับตั้งแต่ต้นปีมียอดสะสมสูงถึง 166,693 คัน เติบโตพุ่งกระฉูดถึง 107% ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นแท่นเป็นประเทศผู้นำเข้า EV จากจีนใหญ่อันดับ 4 ของโลก รองจากเบลเยียม ออสเตรเลีย และบราซิลเท่านั้น
เบื้องหลังการทะลักเข้ามาของรถจีน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดรถยนต์ภายในประเทศจีนเองกำลังชะลอตัวอย่างหนัก ยอดขายลดลงต่อเนื่อง ทำให้ผู้ผลิตจีนต้องเร่ง "หนีตาย" ด้วยการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ซึ่งเติบโตสูงถึง 77.5%
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยไม่ได้ต้องการให้ประเทศเป็นเพียง "ตลาดซื้อรถ" เท่านั้น แต่ยังใช้มาตรการส่งเสริมทั้งเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อดึงดูดให้ค่ายรถยนต์จากจีนเข้ามา "ตั้งฐานการผลิต" ในประเทศ โดยข้อมูลจาก IEA ชี้ว่าสัดส่วนรถ EV ที่ผลิตในไทยเพิ่มขึ้นจาก 5% ในปี 2024 เป็นราว 20% ในปี 2025
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยไม่ได้ต้องการให้ประเทศเป็นเพียง "ตลาดซื้อรถ" เท่านั้น แต่ยังใช้มาตรการส่งเสริมทั้งเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อดึงดูดให้ค่ายรถยนต์จากจีนเข้ามา "ตั้งฐานการผลิต" ในประเทศ โดยข้อมูลจาก IEA ชี้ว่าสัดส่วนรถ EV ที่ผลิตในไทยเพิ่มขึ้นจาก 5% ในปี 2024 เป็นราว 20% ในปี 2025
การเปลี่ยนผ่านจาก "รถจีน" สู่ "โรงงานจีน" ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งการเกิดโรงงานประกอบ การจ้างงาน ห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วน แบตเตอรี่ และสถานีชาร์จ ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคชาวไทยก็ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากการแข่งขันที่ดุเดือด ทำให้มีรถหลายระดับราคา เทคโนโลยีล้ำสมัย และมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทั้งระบบ
คุณมองว่ารถ EV จีนในไทยตอนนี้ตอบโจทย์การใช้งานจริงเเก่ผู้บริโภคเเค่ไหน?
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
