OSPครึ่งหลังมุ่งคุมต้นทุน สินค้าพรีเมียมปีนี้เพิ่มขึ้น

#OSP #ทันหุ้น - OSP เดินหน้าคุมต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า หลังมองกำลังซื้อทรงตัว คาดครึ่งปีหลัง 2569 ใกล้เคียงครึ่งปีแรกที่มีรายได้ 1.26 หมื่นล้านบาท ชี้ สินค้าพรีเมียมโตเด่น คงเป้ารายได้ปีนี้โตระดับ Single Digit และวางงบลงทุนราว 1 พันล้านบาทต่อปี เน้นลุย Automation พัฒนาศักยภาพผลิต
นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า บริษัทประเมินทิศทางการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3/2569 และช่วงตลอดครึ่งปีหลังยังคงมีแนวโน้มใกล้เคียงกับครึ่งปีแรกที่มีรายได้ 12,617 ล้านบาท จากที่บริษัทยังคงบริหารต้นทุนการผลิตที่รัดกุม พร้อมกันนี้บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ที่ระดับ Single Digit ได้หากไม่มีสถานการณ์สงครามรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศอิหร่านเพิ่มเติม
@สินค้าพรีเมียมโตเด่น
ทั้งนี้ ประเมินว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงที่เหลือของปีนี้จะไม่แตกต่างจากปัจจุบัน โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตจะมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเป็นหลัก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของรายได้รวม ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของตลาด การสื่อสารกับผู้บริโภค การเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ (Line Innovation) และการได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงระบบการกระจายสินค้าสู่ตลาด (Route to Market) เพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนท่ามกลางภาวะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคมีจำกัด
ขณะที่พบว่าในหมวดสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drink) ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดค่อนข้างทรงตัว มีอัตราการเติบโตเพียง 0-1% หรือติดลบ แต่ในปีนี้พบว่ากลุ่มสินค้าพรีเมียม (Premium Price) มีการเติบโตอย่างชัดเจน การใช้กลยุทธ์ Premiumization จึงเข้ามาช่วยขับเคลื่อนให้มูลค่าตลาดรวมเติบโตและผลักดันรายได้ของธุรกิจให้สูงขึ้นตามราคาขายที่เพิ่มขึ้น
ในด้านกำลังการผลิต ปัจจุบันโรงงานผลิตหลักมีกำลังการผลิตประมาณ 2,200 ล้านขวดต่อปี โรงงานแก้วมีกำลังการผลิตประมาณ 2,230 ล้านขวดต่อปี และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม ขณะที่โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระป๋องมีกำลังการผลิตประมาณ 2,000 ล้านขวดต่อปี ซึ่งต่ำกว่าโรงแก้วประมาณ 10% โดยโรงงานของบริษัทตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมธีรวา ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ทำให้ได้รับประโยชน์จากการวางแผนด้านระบบสาธารณูปโภค การจัดการน้ำเสีย สิ่งแวดล้อม และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่กำหนดไว้ในนิคมอุตสาหกรรม
@แผนลงทุน
บริษัทยังคงวางงบลงทุนโดยทั่วไปไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี โดยจำนวนเงินลงทุนในแต่ละปีอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโครงการที่จัดทำ โดยจุดประสงค์หลักของการลงทุนมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร โดยนำเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ (Automation) รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาประยุกต์ใช้ในระยะแรก แม้จะเป็นการลงทุนในระยะเริ่มต้น แต่ในระยะยาว (Long Term) จะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (Payback) และสร้างผลประโยชน์ที่คุ้มค่ากลับคืนสู่องค์กรอย่างชัดเจน โดยทุกโครงการลงทุนจะต้องผ่านการประเมินเพื่อให้มั่นใจว่ามีผลตอบแทนและผลประโยชน์ที่แน่นอน งบประมาณการลงทุนในแต่ละปียังจัดสรรไว้สำหรับโครงการด้านความยั่งยืน (Sustainability) และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานตามความเหมาะสมด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
