รีเซต

Airbus ลุยขยายฐานไทย ดันฮับการบินอาเซียน

Airbus ลุยขยายฐานไทย ดันฮับการบินอาเซียน
TNN ช่อง16
29 พฤษภาคม 2569 ( 11:08 )
15

การไปเยือนฝรั่งเศส ของนายกรัฐมนตรีและทีมไทยแลนด์ หนึ่งในบริษัทที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ Airbus บริษัทอุตสาหกรรมการบินและอวกาศรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ซึ่งกำลังมองเห็นโอกาสการขยายธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า Airbus มีแผนใช้ประเทศไทยเป็นฐานสนับสนุนการพัฒนาระบบการบินยุคใหม่ โดยเน้นเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) สำหรับการฝึกอบรม การซ่อมบำรุง และการพัฒนางานวิศวกรรมการบิน

สิ่งที่น่าสนใจ คือ การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่การสร้างโรงงานผลิตแบบดั้งเดิม แต่เป็นการลงทุนใน "เทคโนโลยีและบุคลากร" ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่าการผลิตทั่วไป และสอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมการบินโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ปัจจุบัน Airbus มีวิศวกรเฉพาะทางในประเทศไทยกว่า 160 คน และมีแผนเพิ่มเป็นมากกว่า 200 คนในอนาคต สะท้อนว่าบริษัทเริ่มมองไทยเป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่เป็นฐานพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

การขยายตัวของ Airbus ยังเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะสูง โดย Reuters เคยรายงานว่า ผู้ผลิตอากาศยานและบริษัทด้านการบินหลายแห่งกำลังเร่งกระจายศูนย์วิศวกรรมมายังเอเชีย เพื่อรองรับความต้องการบุคลากรในระยะยาว

สำหรับไทย นี่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับแรงงานจากสายการผลิตแบบเดิม ไปสู่กลุ่มงานวิศวกรรม การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ ซึ่งมีรายได้และมูลค่าเพิ่มสูงกว่าอุตสาหกรรมดั้งเดิมหลายเท่า

นอกจากนี้ การเข้ามาของ Airbus ยังสะท้อนว่า ไทยกำลังได้รับความสนใจในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน ทั้งจากโครงสร้างพื้นฐานด้านสนามบิน โลจิสติกส์ และเครือข่ายอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากแผนการลงทุนเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ไทยอาจไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตของโลกเหมือนในอดีต แต่กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ "ศูนย์กลางเทคโนโลยีการบินและวิศวกรรมดิจิทัลของอาเซียน" ซึ่งจะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต


นอกจากนี้นายกฯ ได้หารือบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส ได้แก่  EssilorLuxottica, Imerys, Thales และ IN Groupe ซึ่งล้วนอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

การพบปะครั้งนี้สะท้อนว่า ไทยไม่ได้มุ่งดึงเฉพาะเม็ดเงินลงทุนเหมือนในอดีต แต่กำลังมุ่งดึงเทคโนโลยี บุคลากรทักษะสูง และองค์ความรู้ใหม่เข้าสู่ประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า การบิน AI ความมั่นคงไซเบอร์ และระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล

ในช่วงที่หลายประเทศแข่งขันกันดึงการลงทุน ไทยยังคงถูกมองเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจสำคัญของอาเซียน

จุดแข็งสำคัญของไทยคือ โครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือ สนามบิน นิคมอุตสาหกรรม และระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงทั้งอาเซียน จีน และอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ไทยยังเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค มีซัพพลายเชนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมีที่แข็งแกร่ง รวมถึงสามารถเชื่อมต่อไปยังตลาด CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้อย่างสะดวก

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไทยถูกวางตำแหน่งเป็น "ประตูสู่อาเซียน" สำหรับนักลงทุนยุโรปจำนวนมาก

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์และ BOI ระบุว่า ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างไทยและฝรั่งเศสอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่มีบริษัทฝรั่งเศสดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 290 บริษัท และสร้างการจ้างงานมากกว่า 45,000 ตำแหน่ง

บริษัทฝรั่งเศสสำคัญที่ลงทุนในไทย ได้แก่ Airbus, Michelin, Safran, Valeo และ EssilorLuxottica ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

ในช่วงปี 2564 ถึงไตรมาส 1 ปี 2569 ฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 93 โครงการ มูลค่ากว่า 29,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

การหารือกับบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศสครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ทางการเมืองหรือดึงเม็ดเงินลงทุนระยะสั้น แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระยะยาวของไทย

คำถามสำคัญต่อจากนี้ คือ ไทยจะสามารถเปลี่ยนจาก "ฐานผลิตของโลกยุคเก่า" ไปสู่ "ศูนย์กลางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของอาเซียน" ได้จริงหรือไม่

หากสามารถดึงทั้งเทคโนโลยี บุคลากรทักษะสูง และการลงทุนคุณภาพเข้ามาได้ต่อเนื่อง ไทยอาจมีโอกาสยกระดับเศรษฐกิจและความสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ในระยะยาว


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง