รีเซต

วันนี้วันอะไร 12 ตุลาคม 2569 “วันโรคข้อสากล” รู้ทันอาการปวดข้อ ก่อนกระทบชีวิตประจำวัน

วันนี้วันอะไร 12 ตุลาคม 2569 “วันโรคข้อสากล” รู้ทันอาการปวดข้อ ก่อนกระทบชีวิตประจำวัน
TNN ช่อง16
11 ตุลาคม 2569 ( 20:10 )
6

อาการปวดข้อ ข้อฝืด หรือขยับร่างกายได้ไม่สะดวก อาจเป็นปัญหาที่หลายคนเคยพบเจอ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า ปัญหาเกี่ยวกับข้อไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะโรคข้อบางชนิดสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย


วันที่ 12 ตุลาคมของทุกปี จึงถูกกำหนดให้เป็น “วันโรคข้อสากล” (World Arthritis Day) เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคข้อและโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการสังเกตอาการและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม


12 ตุลาคม “วันโรคข้อสากล” มีที่มาอย่างไร?


วันโรคข้อสากล หรือ World Arthritis Day เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1996 โดยองค์กร Arthritis and Rheumatism International (ARI) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคข้อและโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว การทำงาน และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย


ปัจจุบันองค์กรด้านโรคข้อทั่วโลก รวมถึง EULAR ยังคงร่วมรณรงค์เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการวินิจฉัยและการดูแลรักษาโรคเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง



โรคข้อคืออะไร? ทำไมถึงไม่ควรมองข้าม


โรคข้อเป็นกลุ่มภาวะที่ส่งผลต่อข้อต่อและเนื้อเยื่อโดยรอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวด บวม ข้อฝืด หรือเคลื่อนไหวได้ลำบาก โดยโรคที่พบได้ เช่น


โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างภายในข้อ มักพบที่ข้อเข่า ข้อสะโพก และข้อนิ้วมือ

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อ

โรคเกาต์ (Gout) เกิดจากการสะสมของผลึกยูเรตในข้อ ส่งผลให้เกิดอาการข้ออักเสบ ซึ่งบางครั้งมีอาการปวดรุนแรงอย่างเฉียบพลัน


องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ในปี 2019 มีผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมทั่วโลกประมาณ 528 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่าโรคข้อเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก


5 สัญญาณเตือนโรคข้อที่ไม่ควรมองข้าม


อาการผิดปกติที่ควรสังเกต ได้แก่


  1. ปวดข้อเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อเคลื่อนไหวหรือใช้งานข้อต่อ
  2. ข้อบวมหรือมีอาการอักเสบ บางครั้งอาจมีอาการแดงหรือร้อนร่วมด้วย
  3. ข้อฝืดหลังตื่นนอน หรือหลังอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน
  4. เคลื่อนไหวข้อต่อได้ลำบาก เช่น งอเข่า กำมือ หรือเดินขึ้นบันไดไม่สะดวก
  5. อาการปวดรบกวนชีวิตประจำวัน จนส่งผลต่อการทำงาน การนอนหลับ หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคข้อเสมอไป หากมีอาการต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง