คุมเข้ม "PM2.5" เปิดพื้นที่ สถานการณ์ฝุ่นรุนแรงมีผลกระทบต่อสุขภาพ

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในระยะนี้ ซึ่งติดตามข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ณ วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นจนเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง ตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ และ กทม. รวม 27 จังหวัด
พื้นที่มีสถานการณ์ฝุ่นรุนแรง
โดยพื้นที่ ที่มีสถานการณ์ฝุ่นรุนแรงในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี (94.6 มคก./ลบ.ม.) สมุทรสงคราม (77.6 มคก./ลบ.ม.) รวมถึงกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก (เขตหนองจอก คลองสามวา มีนบุรี และคันนายาว)
ส่วนรายงานจุดความร้อน (Hotspot) ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ณ วันที่ 27 ม.ค. 69 พบจุดความร้อนในพื้นที่ 57 จังหวัด รวม 501 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตรกรรม โดยจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดนครนายก (95 จุด) ร้อยเอ็ด (49 จุด) ชัยภูมิ (29 จุด) ลพบุรี (25 จุด) และน่าน (22 จุด)
ซึ่งถือว่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด กรม ปภ. จึงได้ประสานกำชับให้จังหวัดที่ได้รับผลกระทบเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่อากาศเย็นและแห้ง ส่งผลให้เกิดจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง หากตรวจพบจุดความร้อนในพื้นที่ ให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการระงับเหตุโดยเร็วที่สุด และเน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์เชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอายุผ่านทุกช่องทางสื่อสังคมออนไลน์
รวมถึงการใช้กลไกท้องถิ่นท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ "เคาะประตูบ้าน" เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพและแนวทางการปฏิบัติตนที่ถูกต้องหากสถานการณ์ฝุ่นมีปริมาณเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และข้อระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดกิจกรรมการเผา โดยเฉพาะในช่วงอากาศปิดเพื่อให้เกิดการระบายอากาศที่ดีขึ้น
ในส่วนของการติดตามแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดต่างๆ จากการรายงานของจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นนทบุรี นครนายก และกรุงเทพมหานคร ทุกจังหวัดได้ดำเนินการป้องกันและควบคุมตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของจังหวัดในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการระงับเหตุหากมีไฟไหม้ป่าในพื้นที่
โดยเฉพาะที่จังหวัดนครนายกซึ่งได้เกิดเหตุลักลอบเผาพื้นที่เกษตรเกิดไฟลามทุ่งทำให้มีปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นและลอยพัดเข้ามาส่งผลกระทบในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ทางจังหวัดนครนายกได้เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการเผาในพื้นที่ และสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ท้องที่ทำความเข้าใจประชาชนให้งดการเผาในทุกพื้นที่ และจัดชุดลาดตระเวนป้องปรามระงับเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ลักลอบเผาและผู้กระทำผิด
ขณะที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งวันนี้มีปริมาณฝุ่นหนาแน่นเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ จึงเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการตรวจวัดจากแหล่งกำเนิดและจังหวัดข้างเคียง และมาตรการ Work from home ที่ช่วยลดฝุ่นจากแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะได้ค่อนข้างมาก
ย้ำทุกจังหวัดยกระดับความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง
“การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้เน้นย้ำทุกจังหวัดยกระดับความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง และพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือน Cell broadcast โดยให้บังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษอย่างเคร่งครัดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการงดการเผา พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยรณรงค์งดการเผาในพื้นที่เกษตรทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2569 หากฝ่าฝืนจะโดนตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของรัฐ เป็นระยะเวลา 2 ปี ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังมลพิษข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปริมาณการสะสมของฝุ่นละอองและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในทุกพื้นที่
และในส่วนของ ปภ. ได้สั่งการไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ให้พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนการลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองในพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนต่อสุขภาพของประชาชน” นายชัยรัตน์ รองอธิบดี ปภ. กล่าว
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM X @DDPMNews Line @1784DDPM สามารถแจ้งและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
