รีเซต

อากาศโลกวิกฤต! ปลอดภัยแค่ 13 ประเทศ ที่เหลือเสี่ยงทั้งโลก!

อากาศโลกวิกฤต!  ปลอดภัยแค่ 13 ประเทศ  ที่เหลือเสี่ยงทั้งโลก!
TNN ช่อง16
26 มีนาคม 2569 ( 11:30 )
4

ปัญหามลพิษทางอากาศกำลังกลายเป็นวิกฤตระดับโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า อากาศที่ปลอดภัยกำลังกลายเป็นสิ่งหายาก และผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่สิ่งแวดล้อม แต่ลุกลามถึงเศรษฐกิจและสุขภาพของผู้คนทั่วโลก 


รายงานคุณภาพอากาศโลกปี 2025 จาก IQAir ระบุว่า อินเดีย เป็นที่ตั้งของเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก โดยมีเพียง 14% ของเมืองทั่วโลกที่มีอากาศอยู่ในระดับปลอดภัย ลดลงจาก 17% ในปีก่อน การศึกษาครอบคลุม 9,446 เมือง ใน 143 ประเทศ

 

คุณภาพอากาศที่เสื่อมลงมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ โดยเฉพาะควันไฟป่าที่รุนแรงในปี 2025 รวมถึงพายุฝุ่นและสภาพอากาศสุดขั้วจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ในยุโรปซึ่งเผชิญปีไฟป่ารุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพลิงไหม้ทำลายพื้นที่เกษตร ป่าไม้ และบ้านเรือนอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคม และก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 43,000 ล้านยูโร จากคลื่นความร้อน น้ำท่วม และภัยแล้ง


องค์การ World Health Organization กำหนดค่ามาตรฐานความปลอดภัยของฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก (ไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร) ที่สามารถเข้าสู่ปอดและกระแสเลือด และเชื่อมโยงกับโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็ง แต่มีเพียง 13 ประเทศและดินแดนทั่วโลกที่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย เช่น ออสเตรเลีย,  บาร์เบโดส, เบอร์มิวดา, เฟรนช์โปลินีเซีย เป็นดินแดนของฝรั่งเศสในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้, เกรเนดา, นิวแคลิโดเนีย เป็นดินแดนโพ้นทะเลที่ผนวกเข้ากับสาธารณรัฐฝรั่งเศสและเกี่ยวข้องกับสหภาพยุโรปในฐานะประเทศหรือดินแดนโพ้นทะเล, ปานามา, เปอร์โตริโก, เรอูนียง คือ ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียทางตะวันออกของมาดากัสการ์ และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ ในยุโรป มีเพียง อันดอร์รา เอสโตเนีย และไอซ์แลนด์ ที่ผ่านเกณฑ์ PM2.5 ของ WHO ขณะที่ 130 จาก 143 ประเทศทั่วโลก หรือราว 91% ไม่ผ่านมาตรฐาน

 

ประเทศที่มีมลพิษสูงที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ ปากีสถาน บังกลาเทศ ทาจิกิสถาน ชาด และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ส่วน 25 เมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดในโลกกระจุกตัวอยู่ใน อินเดีย ปากีสถาน และจีน โดยเมืองโลนี ในรัฐอุตตรประเทศของอินเดีย มีค่า PM2.5 สูงถึง 112.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงกว่าปีก่อนถึง 23% และมากกว่าค่ามาตรฐานของ WHO ถึงกว่า 22 เท่า สาเหตุหลักมาจากการจราจร อุตสาหกรรม ฝุ่นถนน และการทิ้งขยะ ในทางตรงกันข้าม เมืองนีวูดต์วิลล์ ในแอฟริกาใต้ เป็นพื้นที่ที่มีอากาศสะอาดที่สุด ด้วยค่า PM2.5 เพียง 1.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร


ในยุโรป ปี 2025 มี 23 ประเทศที่มลพิษเพิ่มขึ้น และ 18 ประเทศที่ลดลง โดยสวิตเซอร์แลนด์และกรีซมีมลพิษเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% จากควันไฟป่าในอเมริกาเหนือและฝุ่นจากแอฟริกา ขณะที่มอลตาลดลงมากที่สุดเกือบ 24% จากการเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนและนโยบายลดมลพิษจากการจราจร


ข้อมูลแบบเรียลไทม์ยังชี้ว่า เมืองใหญ่อย่างปารีส ปักกิ่ง ธากา อู่ฮั่น และโซล ติดอันดับเมืองที่มลพิษสูง ขณะที่ลอนดอนก็ติด 10 อันดับแรกเช่นกัน โดยหน่วยงานติดตามบรรยากาศของยุโรปเตือนว่ามลพิษเพิ่มขึ้นจากปุ๋ยทางการเกษตร ละอองเกสร และสภาพอากาศนิ่ง รวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในยุโรปตะวันออกและคาบสมุทรบอลข่าน


อีกหนึ่งปัญหาคือ “ช่องว่างของข้อมูล” เนื่องจากหลายประเทศยังขาดระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยมีรายงานว่าระบบติดตามใน 44 ประเทศอ่อนแอลง และ 6 ประเทศไม่มีระบบเลย ส่งผลให้ไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างครบถ้วน


 รายงานนี้สะท้อนว่า มลพิษทางอากาศกำลังเลวร้ายลงทั่วโลก ทั้งจากไฟป่า สภาพอากาศสุดขั้ว และการใช้พลังงานฟอสซิล การแก้ปัญหาจำเป็นต้องเร่งลดการปล่อยมลพิษ พร้อมพัฒนาระบบตรวจวัดและข้อมูล เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง