โลกร้อนเร่งไฟป่าลุกลาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ถึงยุคที่ "ดับไฟไม่ทัน" ต้อง "เลือก" ว่าจะช่วยที่ไหนก่อน!

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ไฟป่าทั่วโลกทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงในหลายประเทศต้องเผชิญภารกิจที่หนักหน่วงกว่าเดิม จากเดิมที่มุ่งดับไฟทุกจุด กลับต้องจำกัดทรัพยากรและตัดสินใจเลือกว่าจะเข้าควบคุมเพลิงในพื้นที่ใดก่อน เพื่อป้องกันความสูญเสียที่รุนแรงที่สุด
ด้าน “เซซาร์ อัลการาซ” เจ้าหน้าที่ดับเพลิงประจำจังหวัดอาลีกันเตของสเปน เล่าย้อนถึงประสบการณ์เมื่อช่วงปลายทศวรรษ 1990 ที่เขาและเพื่อนร่วมงานต้องหลบหนีจากไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะน้ำในรถดับเพลิงหมดและกำลังสนับสนุนมาไม่ทัน แต่เกือบ 30 ปีต่อมา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ควบคุม เขากลับเข้าใจดีว่าการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมื่อเกิดไฟป่าหลายจุดพร้อมกัน การจัดสรรกำลังเปรียบเสมือนแพทย์ในห้องฉุกเฉินที่มีเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยทุกคน
ตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลายประเทศในยุโรปตะวันตกเผชิญไฟป่ารุนแรงจากคลื่นความร้อนต่อเนื่องถึงสามระลอก ทั้งฝรั่งเศส โปรตุเกส และสเปน ต่างมีจำนวนไฟป่าทำลายสถิติของช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่สเปนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 คน ส่วนสหราชอาณาจักรพบไฟป่าพร้อมกันถึง 19 จุด จนผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงปรากฏการณ์ "Firewave" หรือการเกิดไฟป่าเป็นวงกว้างในเวลาเดียวกัน
ในอีกฟากของโลก ควันจากไฟป่ากว่า 100 จุดในรัฐออนแทรีโอของแคนาดา ส่งผลให้เมืองโตรอนโตมีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของโลก ก่อนที่กลุ่มควันจะเคลื่อนตัวเข้าสู่สหรัฐฯ กระทบหลายพื้นที่ รวมถึงนครนิวยอร์ก งานวิจัยยังชี้ว่าควันจากไฟป่าในแคนาดาเมื่อปี 2023 มีส่วนทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรกว่า 82,000 รายทั่วโลก
แม้พื้นที่ป่าที่ถูกเผาไหม้ทั่วโลกโดยรวมจะมีแนวโน้มลดลง แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ไฟป่าในปัจจุบันมีความร้อนสูงขึ้น ลุกลามรวดเร็ว และคาดการณ์ได้ยากกว่าเดิม เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้พืชพรรณแห้งง่าย ส่งผลให้ไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่ชุมชน เมือง สวนสาธารณะ และบ้านเรือน ซึ่งในอดีตไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงไฟป่า
อย่างที่ฝรั่งเศสต้องรับมือกับไฟป่าพร้อมกันวันละ 250-300 จุด ขณะที่สเปนเผชิญไฟป่าที่มีทั้งจำนวนและความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนในสหราชอาณาจักร นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าหลังเผชิญอากาศร้อนและแห้งเพียง 2-3 สัปดาห์ ความเสี่ยงการเกิดไฟป่าสามารถเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 100 เปอร์เซ็นต์ในหลายพื้นที่
ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟป่าระบุว่า การเกิดไฟป่าหลายแห่งพร้อมกันกำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อหน่วยกู้ภัย เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายกำลังพล เครื่องบิน และอุปกรณ์จากพื้นที่หนึ่งไปช่วยอีกพื้นที่ได้เหมือนในอดีต ส่งผลให้หลายประเทศในยุโรปเหนือเริ่มเผชิญโจทย์ใหม่ คือการ "เลือกต่อสู้" กับไฟบางจุด แทนที่จะพยายามดับไฟทุกแห่งพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน ฤดูไฟป่าในอเมริกาเหนือและออสเตรเลียมีแนวโน้มยาวนานขึ้นและเริ่มทับซ้อนกัน ทำให้การส่งเจ้าหน้าที่และอากาศยานข้ามประเทศเพื่อช่วยเหลือกันทำได้ยากกว่าเดิม นอกจากนี้ การกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญยังเพิ่มความกังวลว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียอาจเผชิญไฟป่ารุนแรงในช่วงต่อจากนี้
ผู้เชี่ยวชาญจึงเห็นตรงกันว่า นอกจากการเพิ่มศักยภาพในการรับมือไฟป่าแล้ว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า และการวางแผนเชิงรุก จะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความรุนแรงของไฟป่าในอนาคต เพราะหากอุณหภูมิโลกยังคงสูงขึ้น เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว อาจกลายเป็น "ความปกติใหม่" ที่หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญทุกปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
