เปิดมาตรการรัฐกระตุ้นใช้จ่าย 15ก.ค.ดีเดย์‘เราเที่ยวด้วยกัน’ : รายงานพิเศษ

เปิดมาตรการรัฐกระตุ้นใช้จ่าย 15ก.ค.ดีเดย์‘เราเที่ยวด้วยกัน’ : รายงานพิเศษ
ข่าวสด
12 กรกฎาคม 2563 ( 00:01 )
150
เปิดมาตรการรัฐกระตุ้นใช้จ่าย 15ก.ค.ดีเดย์‘เราเที่ยวด้วยกัน’ : รายงานพิเศษ

 

เปิดมาตรการรัฐกระตุ้นใช้จ่าย 15ก.ค.ดีเดย์‘เราเที่ยวด้วยกัน’ : รายงานพิเศษ

เปิดมาตรการรัฐกระตุ้นใช้จ่าย - แม้ไทยจะประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แต่มาตรการปิดประเทศส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะต่อธุรกิจภาคการท่องเที่ยว ที่มีการสร้างรายได้เกือบ 20% ของจีดีพี

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ระบุศูนย์กลางการระบาดเกิดขึ้นที่เมืองอู๋ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และกระจายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก และมาถึงไทยเมื่อเดือนม.ค.2563

หลายประเทศประกาศสกัดกั้นการระบาดของโควิด-19 โดยการปิดเมือง ปิดประเทศ งดการเดินทางเพื่อไปมาหาสู่ ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว

ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไตรมาส 1 มีทั้งสิ้น 6.7 ล้านคน ลดลง 38% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 3.32 แสนล้านบาท ลดลง 40% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา

ขณะที่ไตรมาส 2 ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยเลย

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาระบุว่าผลจากโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรง ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้ แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเป็นไปได้ช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2563 มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยปรับการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจาก -3 เป็น -4.9

ล่าสุดศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในประเทศไทย เป็นศูนย์มานานมากกว่า 40 วันติดต่อกันแล้ว ส่งผลให้รัฐบาลเริ่มคลายล็อก เช่นเดียวกับหลายประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศ ได้สำเร็จ เริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์

อนุญาตให้มีการเดินทางภายในประเทศและภายในภูมิภาค รวมถึงเริ่มอนุญาตให้มีการเดินทางระหว่างประเทศได้

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเงิน 22,400 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ หลังความหวังที่จะนำเข้านักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นไปได้ค่อนข้างจำกัด โดยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยมาตรการแรก คือ “เราเที่ยวด้วยกัน”

ยุทธศักดิ์ สุภสร

“เราเที่ยวด้วยกัน” เป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางตรงให้กับผู้ประกอบการกว่า 50,000 ล้านบาท ทางอ้อมต่อระบบเศรษฐกิจ 26,000 ล้านบาท

สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 7 แสนล้านบาท

โดยจะทำให้รายได้รวมในภาคการท่องเที่ยวไทยเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.23 ล้านล้านบาท

แบ่งเป็นการเดินทางในประเทศของตลาดไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคน-ครั้ง จากเดิมที่ตั้งไว้ 80-100 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ประมาณ 5 แสนล้านบาท

ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “เราเที่ยวด้วยกัน” ประกอบด้วยแพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน และกำลังใจแพ็กเกจเราเที่ยวด้วยกัน ใช้กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท และแพ็กเกจกำลังใจ กรอบวงเงิน 2,400 ล้านบาท รวม 24,000 ล้านบาท

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ระยะเวลาเริ่มตั้งแต่เดือนก.ค.-ต.ค. โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายโรงแรมและที่พักให้ 40% ประชาชนจ่ายเอง 60% แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน จำนวน 5 ล้านห้อง และแจกบัตรกำนัลดิจิตอล (อีวอชเชอร์) อีกคืนละ 600 บาท

รวมทั้งการจองตั๋วเครื่องบินจำนวน 2 ล้านใบ เมื่อนักท่องเที่ยวชำระค่าบัตรโดยสารแล้ว รัฐบาลจะคืนเงินให้กลับไป 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง

ผู้จองจะต้องดำเนินการจองและชำระค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเต็มจำนวนผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบิน ส่วนรัฐบาลจะจ่ายเงินคืนเข้าสู่แอพพลิเคชั่นเป๋าตังของผู้จองที่พัก ภายหลังการเช็กเอาต์ สามารถนำไปใช้จ่ายหรือถอนเงินสดได้โดยไม่กำหนดระยะเวลา

ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนประชาชนทั่วไปจะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ภายในวันที่ 15 ก.ค.

ส่วนแพ็กเกจกำลังใจ เพื่อขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพ มหานคร (อสส.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เที่ยวในประเทศ 2 วัน 1 คืน คนละไม่เกิน 2,000 บาท

เปิดให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เที่ยวปันสุข.ไทย ใน วันที่ 10 ก.ค. 2563 ส่วน อสม., อสส., และ รพ.สต. สามารถเข้าไปลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ภายในวันที่ 25 ก.ค. 2563 และเดินทางท่องเที่ยวได้ในวันที่ 30 ก.ค.

หากมีการจองห้องพักเกินจำนวนที่ระบุไว้ แต่ยังไม่ชำระค่าห้องถือว่าจำนวนห้องพักยังอยู่ จำนวนห้อง 5 ล้านห้องจะหมดไปเมื่อมีการจ่ายเงินค่าห้อง

ส่วนตั๋วเครื่องบินจำนวน 2 ล้านใบ สิทธิ์จะหมดไปเมื่อประชาชนเดินทาง จำนวนยอดการใช้สิทธิ์จองห้องพักและตั๋วเครื่องบินจะแสดงอยู่บนเว็บไซต์ที่ลงทะเบียนแบบเรียลไทม์ เรียกว่าจ่ายก่อนมีสิทธิ์ก่อน

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เตรียมมาตรการท่องเที่ยวออกมาเสริมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย “เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังพิจารณาแนวทางช่วยเหลือกลุ่มผู้ให้บริการที่พัก ด้วยการเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น อาทิ

1.ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

2.กลุ่มที่ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมเพิ่งหมดอายุไป ไม่เกิน 1 ปี

และ 3.กลุ่มโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต เป็นโรงแรมขนาดเล็ก หรือบูติกโฮเต็ล จากเดิมเปิดให้เฉพาะผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2563 เข้ามาร่วมโครงการได้

ด้าน นางศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ขณะนี้โรงแรมทั่วประเทศเตรียมเปิดรับ นักท่องเที่ยว คาดว่าเดือนก.ค.นี้จะเปิดให้บริการประมาณ 60-70% อีก 30-40% ไม่สามารถเปิดดำเนินการได้

ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ

กลุ่มที่ไม่สามารถเปิดได้เป็นกลุ่มที่ต้องเดินทางระยะไกล หรือที่มีกลุ่มเป้าหมายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ สมุย ภูเก็ต กระบี่ เป็นต้น เพราะเปิดแล้วไม่คุ้มค่าสำหรับต้นทุน กับรายได้ที่เข้ามา

สำหรับห้องพักทั่วประเทศมีประมาณ 1.8 ล้านห้อง ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีประมาณ 8 แสนห้องเท่านั้น

ตลอดเดือนก.ค.รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายข้อบังคับต่างๆ เริ่มอนุญาตให้สายการบินต่างชาติบินเข้าสู่ประเทศไทย หลังจากที่ประกาศห้ามทำการบินเข้าประเทศตั้งแต่เดือนเม.ย.-มิ.ย. 2563 แต่การอนุญาตให้มีการเดินทางเข้ามาทางอากาศดังกล่าว อยู่ภายใต้ข้อจำกัดและเงื่อนไขต่างๆ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย

ขณะเดียวกันสายการบินต่างๆ เริ่มปรับแผนการบินเข้าสู่ประเทศไทย โดยสายการบินสัญชาติไทยส่วนใหญ่จะเริ่มทำการบินระหว่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่เดือนส.ค.เป็นต้นไป

ความกังวลเรื่องของการกลับมาระบาดใหม่ระลอก 2 ยังเป็นอุปสรรคการกระตุ้นการท่องเที่ยว

แต่คนไทยยังสามารถเที่ยวได้ตามเงื่อนไข และกฎระเบียบ ที่ภาครัฐกำหนด

ซึ่งรัฐบาลเองสนับสนุนเต็มที่เพื่อกระจายรายได้ ฟื้นฟูและประคองเศรษฐกิจที่ทุกสำนักประเมินว่าปีนี้สาหัส ไม่ให้ลงลึกไปมากกว่าที่เห็นและเป็นอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง