3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน

#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าเฟดจะบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ย 28 ม.ค. นี้ล่าสุด Fed Watch Tool ให้น้ำหนัก 95% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ลงสู่ 3.50% แต่อาจส่งสัญญาณไม่รีบปรับลดดอกเบี้ยในรอบการประชุม มี.ค. เม.ย. และ มิ.ย. นี้ เนื่องจากคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น เช่นจีดีพี ไตรมาส 3/68 คาดโต 4.3%QoQ ขยายตัวดีกว่าไตรมาส 2/68 ที่โต 3.8% และเฟดปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อตามดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ในปี 2568, 2569, 2570 และ 2571 ลงมาอยู่ที่ระดับ 3.0%, 2.5%, 2.1% และ 2.0% ตามลำดับ ดังนั้นมีโอกาสสูงที่เฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2569 และลดอีก 1 ครั้ง 0.25% ในปี 2570
-ธนาคารกลางจีน (PBOC) คงดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) อายุ 1 ปี, 5 ปี ที่ 3% และ 3.5%ตามลำดับ เป็นการคงดอกเบี้ยเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ท่ามกลางการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวจากแรงฉุดของภาคอสังหาฯ สะท้อนจากจีดีพีไตรมาส 4/68 GDP ขยายตัว 4.5% โตต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีขณะที่ความเชื่อมั่นภาคครัวเรือนยังไม่กลับมา โดยยอดค้าปลีก ธ.ค. 2568 ขยายตัวเพียง 0.9%YoY คาดหวัง PBOC จะปรับลด RRR ลงอีก 0.25-0.50% หลังประกาศลด Structural monetary policy tools ลง 0.25% และมีผลบังคับใช้เมื่อ 19 ม.ค. ที่ผ่านมาแม้ภาพรวมจีนยังไม่ฟื้น แต่ Sentiment ช่วงใกล้ตรุษจีนยังหนุนราคาหุ้นเหล่านี้ช่วงสั้นในหุ้น AOT, AAV, BA, AWC, CENTEL, ERW และ MINT
-เงินไหลจากสหรัฐฯ–ยุโรปเข้าเอเชีย ฝั่งตะวันตกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากความกังวลทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้า 10% ต่อหลายประเทศในยุโรป และต้องจับตาคำปราศรัยที่ World Economic Forum ที่ Davos ขณะที่เอเชียโดยเฉพาะจีนเริ่มมีสัญญาณเศรษฐกิจทรงตัว ส่งผลให้เม็ดเงินมองหาภูมิภาคที่เสี่ยงต่ำกว่าและมีโอกาสฟื้นตัวมากกว่า
-SET Index บ่ายนี้ แกว่งขึ้นต่อช่วง 1,297-1,308 จุด
บล.เอเอสแอล ระบุว่าดัชนีปรับตัวขึ้นแรงโดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นบิ๊กแคปหลายตัว มองเป็นแรงซื้อคืนหลังราคาหุ้นปรับตัวลงลึกในช่วงก่อนหน้า รวมถึงคาดว่าได้แรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาหนุนด้วย หลังตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป มีความเสี่ยงในแง่ของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามา ประกอบกับในประเทศเป็นช่วง Election Rally และการประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคารและการเงิน โดยการรายงานที่ออกมาแล้วทั้ง TISCO KKP TTB KTC ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ยิ่งเป็นปัจจัยหนุน Sentiment ตลาดโดยรวมด้วย
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ ศาลฏีกาสหรัฐ สำหรับคดีความชอบด้วยกฏหมายของมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ และสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ใน WEF
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง พยายามทดสอบแนวต้าน 1,300 หากผ่านยืนมั่นคง แนวต้านถัดไป 1,310/1,320 จุด แนวรับระหว่างวันที่ 1,295/1,288 จุด ไม่ควรต่ำกว่า
บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ และ Fund Flow ที่ไหลเข้าติดต่อกัน 4 วันทำการเป็นปัจจัยหนุน มองกรอบดัชนีภาคบ่าย 1,293-1,307 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีปรับตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง 4 วันทำการมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่ม Big-Cap นำโดย อิเล็กทรอนิกส์, พลังงาน, ขนส่ง และค้าปลีก ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยง ปิดตลาดที่ 1,301.83 จุด บวก 18.63 จุด หรือ 1.45% มูลค่าการซื้อ 28,752 ล้านบาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
