“ไวรัสฮันตา” ยังไม่พบระบาดในไทย แนะเลี่ยงสิ่งสัมผัสปนเปื้อนจากหนู

รู้ทัน “ฮันตาไวรัส”
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีรายงานข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัส ที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญในต่างประเทศนั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน
กรมการแพทย์ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับฮันตาไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู คนสามารถติดเชื้อได้จากการสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของหนูมักพบในพื้นที่อับปิด เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือไอและหายใจเหนื่อย ซึ่งในบางรายอาจมีอาการรุนแรงได้ แต่โดยทั่วไปถือเป็นโรคที่พบไม่บ่อย
ยังไม่ระบาดในประเทศไทย
ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามมีรายงานในต่างประเทศว่าฮันตาบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Andes virus ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ อาจสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี เช่น การอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
แต่ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าแพร่กระจายได้ง่ายในวงกว้างเหมือนโรคโควิด-19 ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากหนู
แนวทางการรักษา
การรักษาหลักยังเป็นการรักษาประคับประคอง เช่น ให้ออกซิเจน ดูแลระบบหายใจ ควบคุมภาวะช็อก เฝ้าระวังภาวะปอดอักเสบหรือน้ำท่วมปอด หรืออวัยวะล้มเหลว ปัจจุบันมีงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองที่ศึกษาการใช้ยาต้านไวรัส Favipiravir ต่อ Hantavirus
โดยพบว่าอาจช่วยลดการแบ่งตัวของไวรัสและลดความรุนแรงของโรคได้ แต่ข้อมูลในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่ถือเป็นการรักษามาตรฐาน
วิธีป้องกัน
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหนู มูลหนู หรือปัสสาวะหนู ไม่ควรกวาดฝุ่นแห้งในพื้นที่ที่อาจมีสิ่งปนเปื้อน เพราะอาจทำให้เชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ ควรทำความสะอาดแบบเปียก ล้างมือบ่อย ๆ เก็บอาหารให้มิดชิด และดูแลบ้านหรือสถานที่เก็บของให้สะอาดเพื่อลดการสะสมของหนู
ทั้งนี้ หากมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ไอ หรือหายใจเหนื่อย หลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีหนูจำนวนมาก ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม
กรมการแพทย์ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวันและการรักษาความสะอาดภายในบ้าน เป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อที่มาจากสัตว์ฟันแทะได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
