สรุปประเด็น กกต.แจงคะแนนไม่ตรง–ระบบรายงานผล–QR Code บัตรเลือกตั้ง

สำนักงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงชี้แจงประเด็นร้อนหลังการเลือกตั้ง ทั้งกรณีตัวเลขคะแนนที่ปรากฏบนระบบออนไลน์บางช่วงเวลาไม่สัมพันธ์กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ เงื่อนไขการร้องนับคะแนนใหม่ และข้อสงสัยเรื่อง QR Code กับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยย้ำว่าแต่ละเรื่องเป็น “คนละกระบวนการ” และต้องแยกผลไม่เป็นทางการออกจากผลรับรองตามกฎหมายอย่างชัดเจน
คะแนนไม่สัมพันธ์ เกิดจาก “ระบบรายงานสด” ไม่ใช่เอกสารทางการ
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า ตัวเลขที่ประชาชนเห็นในคืนเลือกตั้งมาจากระบบ “ECT Report 69” ซึ่งเป็นการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ติดตามแนวโน้มคะแนนได้รวดเร็วหลังปิดหีบ ไม่ใช่ผลที่ใช้รับรองตามกฎหมาย จึงอาจเกิดความคลาดเคลื่อนจากการคีย์ข้อมูลผิดพลาด การกรอกข้อมูลยังไม่ครบ หรือการส่งข้อมูลเข้าระบบไม่พร้อมกันในช่วงเวลาหลัง 20.00 น. ที่หลายหน่วยเพิ่งนับเสร็จ
รองเลขาธิการ กกต. ย้ำว่า เอกสารที่ถือเป็น “หลักฐานระดับหน่วย” คือแบบ ส.ส.5/18 และ ส.ส.5/18 บช. ซึ่งติดประกาศหน้าหน่วยทุกหน่วยทันทีหลังนับเสร็จ เอกสารนี้ลงนามโดยกรรมการประจำหน่วยและไม่สามารถแก้ไขภายหลังได้ ส่วนผลระดับเขตเลือกตั้งต้องจัดทำเป็นแบบ ส.ส.6/1 และ ส.ส.6/1 บช. หลังตรวจสอบเอกสารครบถ้วนแล้ว ก่อนเสนอให้คณะกรรมการพิจารณารับรอง
ทำไมแสดงผลไม่เกิน 95%
นายกิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ อธิบายว่า ระบบ ECT Report 69 ถูกออกแบบให้แสดงผลไม่เกิน ร้อยละ 95 ของหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต เพื่อป้องกันการสรุปผลก่อนข้อมูลครบถ้วน เนื่องจากทั่วประเทศมีหน่วยเลือกตั้งมากกว่า 10,000 หน่วย และหนึ่งหน่วยต้องรายงานผลอย่างน้อย 3 ประเภท ได้แก่ แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงอื่นตามที่กำหนด
ในทางปฏิบัติ กรรมการประจำหน่วยอาจส่งผลแบบแบ่งเขตก่อน แล้วค่อยส่งแบบบัญชีรายชื่อในเวลาถัดมา ทำให้บางช่วงเวลาตัวเลขในแดชบอร์ดดูไม่สัมพันธ์กัน ทั้งที่เอกสารหน้าหน่วยถูกต้องครบถ้วน การจำกัดที่ 95% จึงเป็นมาตรการกันความสับสนจากข้อมูลช่วงท้ายที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบระดับอำเภอ
เงื่อนไขร้องนับใหม่ ต้องยื่นให้ทันช่วงนับคะแนน
นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงว่า การยื่นคำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนนหรือการรวมคะแนน ต้องยื่นในช่วงที่กระบวนการนับหรือรวมคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ หากยื่นภายหลังโดยหลักจะไม่เข้าเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่ประชาชนให้ความสนใจสูง กกต.สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ โดยสอบพยานหลักฐานทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอความเห็นให้คณะกรรมการพิจารณา
QR Code และบาร์โค้ด มีฐานอำนาจตามข้อ 129
นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ชี้แจงว่า การกำหนด QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งมีฐานอำนาจตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 129 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความเพิ่มเติมบนบัตรได้เป็นกรณีพิเศษเพื่อป้องกันการปลอมแปลงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า โดยย้ำว่า QR Code และบาร์โค้ดเป็นเพียงหนึ่งในหลายมาตรการด้านความปลอดภัยที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ เหตุผลหลักมี 2 ประการ คือ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง และเพื่อควบคุมการบริหารจัดการบัตรตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตจนถึงการกระจาย ในกระบวนการจัดพิมพ์ รหัสดังกล่าวใช้ตรวจสอบจำนวนการผลิตไม่ให้เกินกว่าที่กำหนด ขั้นตอนเข้าเล่มซึ่งกำหนดเล่มละ 20 ใบ ระบบจะช่วยตรวจความครบถ้วนก่อนส่งมอบไปยังหน่วยเลือกตั้ง และหากเกิดกรณีบัตรรั่วไหลออกนอกระบบ ก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าบัตรนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใด
นายวรพงศ์ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ในการเลือกตั้งหนึ่งครั้งมีบัตรอย่างน้อย 3 ประเภท ได้แก่ แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรสำหรับการออกเสียงในส่วนที่เกี่ยวข้องอื่นตามที่กำหนด การจัดพิมพ์บัตรจำนวนมากภายในเวลาจำกัดต้องอาศัยโรงพิมพ์และเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีระบบควบคุมหลายชั้น ทั้งด้านการออกแบบ การพิมพ์ และการตรวจรับ ซึ่งรวมถึงระบบบาร์โค้ดและ QR Code ที่ไม่สามารถแสดงในบัตรตัวอย่างสาธารณะได้เพราะเป็นองค์ประกอบด้านความมั่นคงของเอกสาร
ส่วนข้อสงสัยเรื่องเอกสารบางรายการอยู่นอกหีบหรือไม่ได้ซีลรวมกับบัตรลงคะแนนนั้น ชี้แจงว่าเอกสารบางประเภท เช่น บัญชีรายชื่อหรือเอกสารควบคุมประจำหน่วย เป็นเอกสารที่ต้องแยกส่งให้สำนักงานเขตโดยตรงตามขั้นตอนธุรการ ไม่ได้บรรจุรวมในหีบบัตร จึงไม่ถือเป็นความผิดปกติของกระบวนการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
