รีเซต

เจาะปมกฎหมายคันนายาว ตีเส้นเขตแดน “สิทธิสังเกตการณ์” หรือ “ขัดขวางเจ้าหน้าที่”

เจาะปมกฎหมายคันนายาว ตีเส้นเขตแดน “สิทธิสังเกตการณ์” หรือ “ขัดขวางเจ้าหน้าที่”
TNN ช่อง16
26 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:02 )
15

เหตุการณ์เลือกตั้งใหม่ในเขตคันนายาวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กำลังกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อความพยายามตรวจสอบความโปร่งใสของภาคประชาชน ปะทะเข้ากับอำนาจการควบคุมกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างรุนแรง นำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ โดยมีตัวแทนจาก กกต. เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มบุคคลที่เข้าไปสังเกตการณ์ในวันดังกล่าว

ต้นเพลิงของเรื่องนี้เริ่มขึ้นระหว่างกระบวนการลงคะแนนและนับคะแนนทดแทนหน่วยที่เสียหายจากพายุฝน กลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชนได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและรหัสคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีความพยายามถอดรหัสเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของผลคะแนน พฤติการณ์นี้ถูก กกต. ระบุว่าเป็นขบวนการที่จงใจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเลือกตั้ง นำมาสู่ข้อหาหลักคือการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และกฎหมายอาญาอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทางฝั่ง กกต. ให้เหตุผลถึงการดำเนินคดีครั้งนี้ว่า การถ่ายภาพและพยายามเข้าถึงรหัสในบัตรเลือกตั้งเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตกฎหมาย เนื่องจากรหัสเหล่านั้นอาจเชื่อมโยงไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนหรือโครงสร้างระบบตรวจสอบภายในที่ต้องรักษาไว้เป็นความลับ การที่ประชาชนเข้าไปล้อมถามหรือบันทึกภาพในระยะใกล้ ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกไม่ปลอดภัยและส่งผลให้กระบวนการทำงานไม่เป็นไปตามปกติ แม้การนับคะแนนจะเดินหน้าต่อไปจนจบ แต่ในมุมของรัฐถือว่าภาพรวมของระบบความมั่นคงในการเลือกตั้งถูกคุกคามไปแล้ว



ขณะที่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw มองต่างมุมออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยย้ำว่าการไปสังเกตการณ์แล้วถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่ยังไม่ได้กา หรือการถ่ายภาพในช่วงที่เจ้าหน้าที่ชูบัตรขึ้นประกาศคะแนนต่อหน้าสาธารณะ เป็นมาตรฐานการตรวจสอบปกติที่ควรทำได้ กฎหมายเลือกตั้งปัจจุบันมุ่งเน้นห้ามการเปิดเผยว่าผู้มีสิทธิแต่ละคนเลือกใคร แต่การถ่ายภาพตัวบัตรและรหัสเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของระบบเทคโนโลยี กลับไม่มีตัวบทกฎหมายมาตราใดเขียนห้ามไว้ชัดเจนว่าเป็นความผิด

ประเด็นที่น่าสนใจในเชิงนิติศาสตร์คือการเลือกใช้ฐานความผิดเพื่อเอาผิดประชาชน ยิ่งชีพตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงแรกมีความพยายามที่จะหยิบยกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มาบังคับใช้ แต่เมื่อพบว่าข้อมูลบนบัตรเปล่าไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล จึงมีการเปลี่ยนทิศทางมาใช้ข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งเป็นข้อหาที่มีลักษณะยืดหยุ่นสูงในการตีความ การเลือกใช้ช่องทางนี้ถูกตั้งข้อสงสัยว่า เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้สังเกตการณ์ในเขตพื้นที่อื่นไม่ให้กระทำการเลียนแบบ

ข้อโต้แย้งที่แหลมคมที่สุดในฝั่งภาคประชาชนคือความจริงที่ว่า การนับคะแนนที่คันนายาวสำเร็จลุล่วงด้วยดี มีการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการโดยไม่มีเหตุการณ์หยุดชะงัก ประเด็นนี้ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าหากงานของเจ้าหน้าที่เดินต่อไปได้จนจบโดยสมบูรณ์ องค์ประกอบของคำว่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไรในทางกฎหมายอาญา นี่คือรอยต่อสำคัญที่ศาลต้องพิจารณาว่าความพยายามเข้าถึงข้อมูลสาธารณะของพลเมืองถือเป็นการละเมิดอำนาจรัฐหรือไม่


หากพิจารณาตามตัวบทกฎหมาย ประชาชนย่อมมีสิทธิฟ้องกลับ กกต. ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 หรือตามมาตรา 149 ของ พ.ร.ป. เลือกตั้งฯ หากเห็นว่าการแจ้งความครั้งนี้เป็นการใช้อำนาจเพื่อปิดกั้นสิทธิการตรวจสอบที่สุจริต ทว่าในสภาพการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน โอกาสที่ประชาชนจะสามารถคานอำนาจกับองค์กรอิสระผ่านกระบวนการศาลให้ถึงขั้นมีบทลงโทษจำคุกหรือสั่งเลือกตั้งใหม่นั้นทำได้ยากยิ่ง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง