รีเซต

เมื่อเกณฑ์ “ลดหย่อนภาษีพ่อแม่” ถูกทบทวนโจทย์ความจนใหม่ ปชช. สะท้อนอะไรถึงรัฐบาล?

เมื่อเกณฑ์ “ลดหย่อนภาษีพ่อแม่” ถูกทบทวนโจทย์ความจนใหม่ ปชช. สะท้อนอะไรถึงรัฐบาล?
TNN ช่อง16
8 มิถุนายน 2569 ( 13:23 )

การทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่ โดยเฉพาะเงื่อนไขกรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ มีข้อสั่งการให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวอีกครั้ง เนื่องจากกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุ และ ผู้มีรายได้น้อยที่ยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาสวัสดิการของรัฐ

จากเสียงกังวลสู่โต๊ะพิจารณา รัฐบาลเตรียมทบทวนเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีในประเด็นที่สังคมมีความกังวล โดยเฉพาะหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีผู้ถือบัตรที่บุตรนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งที่ผ่านมาอาจถูกตัดสิทธิ์

นายเอกนิติ กล่าวว่า หลังจากได้รับฟังความคิดเห็นจากสังคม เห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความน่าเป็นห่วง แม้ว่ารัฐบาลจะย้ำมาตลอดว่าต้องการให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐดูแลประชาชนที่เดือดร้อนและไม่ได้รับการดูแลจากสิทธิอื่น ๆ ก็ตาม โดยที่ผ่านมาไม่ได้มีการทบทวนกลุ่มผู้ได้รับสิทธิมาเป็นเวลาประมาณ 5 ปี ทำให้มีข้อร้องเรียนเข้ามาหลายประเด็น

ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.2 ล้านคน ซึ่งมีทั้งผู้ที่เดือดร้อนจริงและผู้ที่ไม่ได้เดือดร้อนจริง บางรายมีรายได้แต่ยังคงใช้สิทธิ์ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องการให้สวัสดิการดังกล่าวเข้าถึงกลุ่มผู้ที่เดือดร้อนจริงมากที่สุด

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่สำรวจผู้ที่เดือดร้อนจริง ซึ่งอาจตกหล่นจากระบบ หรือเป็นผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีผู้ดูแล ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569

ไม่ละเลยทุกกลุ่ม สร้างความเป็นธรรมให้มากที่สุด

สำหรับเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตรนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า มีทั้งกรณีที่บุตรดูแลพ่อแม่ และกรณีที่บุตรไม่ได้ดูแลพ่อแม่ ทำให้นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงว่าเงื่อนไขดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุบางกลุ่ม จึงมีข้อสั่งการให้ทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะนำเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมองว่าเงื่อนไขนี้อาจไม่เป็นธรรมต่อบางครอบครัวที่บุตรใช้ชื่อพ่อแม่ในการลดหย่อนภาษี แต่ผู้เป็นพ่อแม่ได้รับผลกระทบจากการพิจารณาสิทธิ

นายเอกนิติ ย้ำว่า รัฐบาลคำนึงถึงเสียงสะท้อนของประชาชน และต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะเร่งนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด


ทั้งนี้ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา บรรยากาศการยืนยันตัวตนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่เฝ้าติดตามความชัดเจนของเกณฑ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

"เงื่อนไขเยอะเกินไป" เสียงสะท้อนจากโคราช

ที่จังหวัดนครราชสีมา ประชาชนยังทยอยเดินทางไปยืนยันตัวตนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายคนมองว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิในรอบนี้มีความซับซ้อนและอาจทำให้ผู้มีรายได้น้อยบางส่วนหลุดจากระบบสวัสดิการ

นายวิชิตชัย แก้ววิเศษ ชาวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลเตรียมยกเลิกเงื่อนไขกรณีลูกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี เพราะในความเป็นจริงผู้สูงอายุจำนวนมากยังคงมีภาระค่าใช้จ่ายและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐ

"ผมมองว่าเงื่อนไขรอบนี้ค่อนข้างเยอะ ทำให้คนรายได้น้อยบางคนไม่ได้รับสิทธิ ทั้งที่ยังเดือดร้อนอยู่ การยกเลิกเงื่อนไขเรื่องลดหย่อนภาษีถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะหลายครอบครัวได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้"

นายวิชิตชัย ยังยกตัวอย่างกรณีคนรู้จักที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ภายหลังได้รับมรดกที่ดินจากพ่อแม่เพียง 2 ไร่ จนทำให้หลุดจากเกณฑ์การรับสิทธิ  พร้อมเสนอว่ารัฐควรพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของประชาชนมากขึ้น 

" เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ ถ้าดูแล้วสิ่งไหนยกเลิกได้ ก็ควรยกเลิก หรือถ้าอยากจะมอบสิทธิ์ให้กับผู้ที่จนจริงๆ ทางรัฐก็สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องลำบากให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่จะต้องมาติดต่อที่ธนาคารเอง " นายวิชัยกล่าวทิ้งท้าย

ชาวยโสธรกับความโล่งใจ เมื่อครอบครัวไม่ต้องเลือกระหว่าง "ลูก" กับ "รัฐ"

ที่จังหวัดยโสธรสะท้อนอีกมุมหนึ่งของผลกระทบจากหลักเกณฑ์ดังกล่าว

หลังมีข่าวว่านายกรัฐมนตรีสั่งทบทวนเงื่อนไขเรื่องการลดหย่อนภาษี ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนมากต่างเดินทางไปยังธนาคารและจุดให้บริการเพื่อยืนยันตัวตนอย่างต่อเนื่อง โดยหลายคนยอมรับว่าก่อนหน้านี้เกิดความกังวลอย่างมากว่าจะเสียสิทธิ

ประชาชนในพื้นที่จำนวนหนึ่งสะท้อนว่า เงื่อนไขดังกล่าวทำให้หลายครอบครัวเกิดความอึดอัดใจ เพราะผู้สูงอายุบางรายรู้สึกว่าหากยอมให้ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษี อาจทำให้ตนเองเสียสิทธิรับสวัสดิการจากรัฐ ขณะที่ลูกหลานเองก็ต้องการดูแลพ่อแม่และใช้สิทธิทางภาษีตามกฎหมาย

หลายคนมองว่าการส่งสัญญาณทบทวนเกณฑ์ครั้งนี้ช่วยลดความตึงเครียดภายในครอบครัว และทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกสบายใจมากขึ้น

"ที่ผ่านมาเหมือนต้องเลือกระหว่างให้ลูกดูแลกับให้รัฐดูแล พอได้ยินข่าวว่าจะทบทวนใหม่ ทุกคนก็สบายใจขึ้น" นี่คือเสียงสะท้อนที่พบได้จากผู้สูงอายุหลายรายในพื้นที่

อีกมุมจากชัยนาท เห็นด้วยกับการคัดกรองเข้มข้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเสียงที่จะสนับสนุนการผ่อนปรนเงื่อนไขดังกล่าว

ที่จังหวัดชัยนาท บรรยากาศการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงคึกคัก โดยประชาชนจำนวนมากเดินทางมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายหนึ่งซึ่งเดินทางมาใช้สิทธิในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเห็นด้วยกับแนวคิดการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีผู้ที่มีบุตรหลานสามารถนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

"ถ้ามีคนดูแลอยู่แล้ว หรือได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอยู่แล้ว ก็ควรตรวจสอบให้รอบคอบ เพราะงบประมาณของรัฐควรไปช่วยคนที่ไม่มีใครดูแลจริง ๆ"

แม้จะเห็นด้วยกับการคัดกรอง แต่ประชาชนในพื้นที่หลายคนก็เสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากปัจจุบันเดือนละ 300 บาท ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล คือ "ความจน" ที่ไม่เหมือนกัน

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.2 ล้านคน และรัฐบาลต้องการทบทวนระบบคัดกรองใหม่เพื่อให้สวัสดิการตกถึงผู้ที่เดือดร้อนจริง ขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการใช้สิทธิซ้ำซ้อนหรือการแอบอ้างสถานะผู้มีรายได้น้อย

อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากประชาชนในหลายพื้นที่แสดงให้เห็นว่า "ความจน" ในสังคมไทยมีหลายมิติ และไม่สามารถใช้ตัวชี้วัดเพียงตัวเดียวในการตัดสินได้ บางครอบครัวมีลูกหลานที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ แต่ยังไม่มีกำลังเพียงพอที่จะดูแลพ่อแม่ทั้งหมด ขณะที่บางครอบครัวไม่มีผู้ดูแลเลยและต้องพึ่งพาสวัสดิการของรัฐเป็นหลัก

ระหว่างความเป็นธรรมกับการใช้งบประมาณอย่างตรงเป้า

การที่รัฐบาลเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นบททดสอบสำคัญของระบบสวัสดิการไทย

เพราะในท้ายที่สุด คำถามที่สังคมต้องการคำตอบอาจไม่ใช่เพียงว่า "จะยกเลิกเงื่อนไขนี้หรือไม่" แต่คือ "จะออกแบบระบบคัดกรองอย่างไรให้คนที่เดือดร้อนจริงได้รับการดูแล ขณะเดียวกันก็รักษาความเป็นธรรมและการใช้เงินภาษีของประเทศอย่างเหมาะสม"

และ นั่นอาจเป็นโจทย์ใหม่ที่ท้าทายที่สุดของการปฏิรูประบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง