สรุปเวทีเสวนา "Future Health" อายุยืนไม่พอ ต้องแข็งแรงและใช้ชีวิตได้ดีให้นานที่สุด

เมื่อพูดถึงการมีอายุยืน หลายคนอาจนึกถึงการมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการทำอย่างไรให้ช่วงเวลาที่เรายังแข็งแรงและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ที่งานสัมมนา TNN Future Forum 2026: Thailand Beyond Tomorrow ในช่วงเสวนา "Future Health อายุยืน อย่างมีคุณภาพ" ซึ่งจัดขึ้นโดย TNN Health ได้จุดประกายมุมมองใหม่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของคนไทยในยุคปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านจากการตั้งรับเพื่อ "รักษาเมื่อป่วย" มาเป็นการ "ป้องกันก่อนป่วย" รวมถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และการปรับวิถีชีวิต เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดช่วงอายุ
เวทีสัมมนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย แพทย์หญิงฉัตดาว จางวางกร แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว และพิธีกรรายการ TNN Health และได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 4 ท่าน มาร่วมถ่ายทอดมุมมองเชิงลึกและแนวทางปฏิบัติที่ทำได้จริง
เริ่มต้นที่ พญ.มานิตา กิตติเลิศวรกุล นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กล่าวถึงการปรับระบบความคิดและการป้องกัน "ภาวะเปราะบาง" ในผู้สูงอายุ โดยการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องดังกล่าว จะช่วยให้ผู้สูงอายุกลับมาแข็งแรงได้ แม้ร่างกายจะเสื่อมไปตามวัย และสามารถมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
พญ.มานิตา ระบุว่า การดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบันจึงต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการรอรักษาเมื่อเกิดโรค มาเป็นการป้องกันและดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้สูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังภาวะเปราะบาง หรือ Frailty ซึ่งไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่สามารถจัดการได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะก่อนเปราะบาง หรือ Pre-frailty ก็ยังมีโอกาสฟื้นฟูร่างกายด้วย Active Rehabilitation ให้กลับมาแข็งแรงและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิม
ขณะเดียวกัน การประเมินสุขภาพผู้สูงอายุก็ควรครอบคลุมหลายด้าน ทั้งความจำ สุขภาพจิต ความเสี่ยงต่อการหกล้ม ภาวะโภชนาการ การมองเห็น การได้ยิน การกลั้นปัสสาวะ การนอนหลับ และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยการดูแลแบบบูรณาการจากหลายฝ่าย ทั้งทีมแพทย์และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ ภาคเอกชน ครอบครัว และสังคม
รวมถึงตัวผู้สูงอายุเอง พร้อมส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้และทำกิจกรรมใหม่ ๆ อย่างการฝึกร้องเพลงหรือทักษะที่ไม่เคยทำมาก่อน เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง สร้างความกระตือรือร้น และเติมความสุขให้กับชีวิตในแต่ละวัน
พญ.มานิตา กิตติเลิศวรกุล นายแพทย์ชำนาญการ
สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์
ด้าน ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางนาโนชีวเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ให้เห็นความสำคัญของการนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ อย่างเช่นนวัตกรรมชีวเวชศาสตร์ มาใช้ในการทำความเข้าใจกระบวนการเสื่อมของร่างกาย เพื่อให้การมีอายุยืนไม่ได้หมายถึงเพียงการมีชีวิตที่ยาวนานขึ้น แต่ต้องเป็นการมีชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพควบคู่กันไป
ประเด็นสำคัญคือความแตกต่างระหว่างการมีอายุยืนกับการมีอายุยืนอย่างมีสุขภาพดี การมีอายุยืน หรือ Life Span อาจสะท้อนเพียงว่าเราใช้ชีวิตมาได้นานแค่ไหน โดยคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 77 ปี ขณะที่ Healthspan หมายถึงช่วงเวลาที่เรายังมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและพึ่งพาตัวเองได้
ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางนาโนชีวเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เพราะข้อจำกัดใหญ่ของการมีสุขภาพดีอาจอยู่ที่ทัศนคติและความเชื่อของแต่ละคนในการลงมือดูแลตัวเอง โดยพันธุกรรมอาจกำหนดสุขภาพของเราเพียงประมาณ 30 เปอร์เซนต์ ขณะที่อีก 70 เปอร์เซนต์เป็นปัจจัยที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ทั้งไลฟ์สไตล์ สิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพ ดังนั้น จุดเริ่มต้นของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพจึงอาจไม่ใช่การรอให้เกิดปัญหาสุขภาพ แต่คือการหันมาใส่ใจและดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ หรือที่เรียกว่า Self-love
นพ.วีรยุทธ ตะโนรี แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช เสริมว่า ไลฟ์สไตล์เปรียบเสมือนเสาเข็มของชีวิต เพราะต่อให้มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าเพียงใด หากพื้นฐานการใช้ชีวิตไม่แข็งแรง สุขภาพก็อาจเสื่อมถอยได้ง่าย หลักสำคัญจึงเริ่มจากการกิน โดยเรียนรู้จากวิถีชีวิตของผู้คนใน Blue Zone ที่เน้นอาหารธรรมชาติ ลดอาหารแปรรูป เลือกผักใบเขียว ผลไม้หวานน้อย และโปรตีนไขมันต่ำ ควบคู่กับการนอนหลับให้เพียงพอประมาณ 6–7 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเอง รวมถึงการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ตัวเองนั่งนิ่งเป็นเวลานาน และรู้จักจัดการความเครียด เช่น หลีกเลี่ยงการเสพข่าวหรือเรื่องดราม่าก่อนนอน ซึ่งอาจกระตุ้นความเครียดและรบกวนการพักผ่อน
นอกจากการดูแลร่างกายแล้ว ความสัมพันธ์ทางสังคมก็เป็นอีกส่วนสำคัญของการมีสุขภาพดี การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว เพื่อน และคนรอบตัว ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยหัวใจสำคัญคือหลัก 3 ท. หรือ “ทำ-ทัน-ที” เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันที่เจ็บป่วย ปรับ Mindset ให้มองโลกในแง่ดี และทำอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนิสัย ขณะเดียวกัน การตรวจสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่ยังไม่มีอาการก็มีความสำคัญ เพราะช่วยให้ค้นหาความเสี่ยงหรือความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และวางแผนดูแลสุขภาพได้ก่อนที่ปัญหาจะรุนแรง
นพ.วีรยุทธ ตะโนรี แพทย์เฉพาะทางด้านเวชปฎิบัติทั่วไป ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช
นอกจากการดูแลสุขภาพจากภายในให้แข็งแรงและไร้โรคแล้ว การดูแลภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูดีสมวัยเสมอก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
โดย นพ.กันต์ สุวรรณรัต แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง V Square Clinic กล่าวว่า การดูแลรูปลักษณ์ภายนอกไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของความสวยงามหรือความฟุ่มเฟือย เพราะเมื่อเรารู้สึกดีกับรูปลักษณ์ของตัวเอง ก็สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจและส่งผลต่อสุขภาพจิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ การมีภาพลักษณ์ที่ทำให้รู้สึกมั่นใจยังอาจเป็นแรงผลักดันให้คนอยากออกไปพบปะผู้คน ทำกิจกรรม และมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองเพื่อชะลอวัยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยหัตถการราคาแพง แต่สามารถเริ่มจากพื้นฐานที่ทำได้ทันทีและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง เช่น การหลีกเลี่ยงแสงแดดและการใช้ครีมกันแดดอย่างถูกต้อง เพราะรังสีจากแสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำลายโครงสร้างผิวและเร่งให้เกิดริ้วรอย การป้องกันแสงแดด หากทำอย่างสม่ำเสมอ ก็มีความสำคัญต่อสุขภาพผิวในระยะยาว
สำหรับปัญหาความงามที่พบได้เมื่ออายุมากขึ้น อาจสรุปง่าย ๆ ได้เป็น 3 ย. ได้แก่ “ยับ ยุบ หย่อน” ซึ่งแต่ละปัญหามีกลไกและสาเหตุแตกต่างกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของผิว ไขมัน และโครงสร้างใบหน้าตามวัย ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงไม่ควรใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด แต่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อน เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพผิวและโครงสร้างของแต่ละคน รวมถึงลดความเสี่ยงจากการรักษาที่ไม่จำเป็น
นพ.กันต์ สุวรรณรัต แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง V Square Clinic
ขณะเดียวกัน เมื่อการดูแลความงามและหัตถการชะลอวัยได้รับความนิยมมากขึ้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้ผลลัพธ์ก็คือเรื่องความปลอดภัย โดยสามารถยึดหลัก “5 เช็ค” ก่อนตัดสินใจรักษา เริ่มจากเช็คสถานพยาบาลว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เช็คแพทย์และตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์แพทยสภา เช็คผลิตภัณฑ์และเครื่องมือว่ามีเลข อย. และสามารถแกะกล่องให้ตรวจสอบได้ เช็คว่าการรักษานั้นเหมาะสมกับตัวเราจริงหรือไม่
และสุดท้ายคือเช็คบริการหลังการรักษา เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดปัญหาจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม หลักเหล่านี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้ารับบริการกับผู้ที่ไม่ได้เป็นแพทย์หรือที่เรียกว่า “หมอกระเป๋า” ซึ่งอาจนำไปสู่อันตรายและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
แน่นอนว่า การชะลอวัยไม่ควรถูกมองเพียงเรื่องการทำให้ดูอ่อนเยาว์ลง แต่ควรมองไปถึงการมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ ตามแนวคิดขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ที่มองว่าสุขภาพไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่มีโรค แต่ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และการมีชีวิตที่มีความสุข ดังนั้น การดูแลรูปลักษณ์ให้ดูดีและการสร้างความมั่นใจจึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการมี Well-being ที่ดีได้ หากทำอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องกับสุขภาพโดยรวม
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เวที Future Health ต้องการชวนให้มอง อาจไม่ใช่เพียงคำถามว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน แต่คือเราจะทำอย่างไรให้ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่นั้น ยังแข็งแรง ปราศจากโรค และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เพราะการมี Life Span ที่ยืนยาวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากช่วงเวลาส่วนใหญ่ต้องอยู่กับความเจ็บป่วยหรือการพึ่งพาผู้อื่น เป้าหมายของการมีอายุยืนอย่างแท้จริงจึงควรเป็นการลดช่องว่างระหว่าง Life Span และ Healthspan ให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เราไม่ได้เพียง “มีชีวิตอยู่นานขึ้น” แต่สามารถ “ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น” ในทุกช่วงวัย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
