รีเซต

“ณัฐวัฒน์” ชี้โลกลงทุนเปลี่ยน วิธีคิดเดิมใช้ได้เพียง 20% แนะปรับกลยุทธ์รับตลาดผันผวน

“ณัฐวัฒน์” ชี้โลกลงทุนเปลี่ยน  วิธีคิดเดิมใช้ได้เพียง 20%  แนะปรับกลยุทธ์รับตลาดผันผวน
TNN ช่อง16
9 กันยายน 2569 ( 18:51 )

นายณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์  Senior Executive Vice President  บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI)  กล่าวในหัวข้อ “Future Wealth” การลงทุนในโลกใหม่ สร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ในงาน TNN Future Forum 2026: THAILAND BEYOND TOMORROW “มองอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางไทย” เนื่องในโอกาส TNN ช่อง 16 ครบรอบ 18 ปี ก้าวสู่ปีที่ 19 ว่าภาพการลงทุนหลังจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ โดยวิธีคิดและแนวทางการลงทุนแบบเดิมอาจใช้ได้เพียงประมาณ 20% ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค การคัดเลือกหุ้น ไปจนถึงการมองภาพตลาด

 

ทั้งนี้ หลังสถานการณ์โควิด-19 มีปริมาณเงินเข้าสู่ระบบจำนวนมาก ขณะที่เศรษฐกิจหลังจากนั้นมีลักษณะเป็น K-Shape ส่งผลให้ธุรกิจในแต่ละประเทศและแต่ละอุตสาหกรรมมีการปรับตัวขึ้นและลงแตกต่างกัน รวมถึงตลาดหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

ขณะเดียวกัน การเข้ามาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสินทรัพย์ต่าง ๆ ทำให้นักลงทุนต้องปรับตัวและมีลักษณะเป็นนักเก็งกำไรมากขึ้น โดยการลงทุนระยะยาวอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นในอดีต จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

สำหรับข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลผ่าน AI ได้อย่างรวดเร็ว สามารถพูดคุยและตั้งคำถามกับ AI เพื่อรับข้อมูลกลับมาได้ทันที ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนต้องพัฒนาควบคู่กันคือ กระบวนการตัดสินใจ เพราะแม้จะเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว แต่การนำข้อมูลมาวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างผลตอบแทน


เปลี่ยนวิธีคิดลงทุน รับตลาดเคลื่อนไหวเร็ว

 

ด้านเมกะเทรนด์การลงทุนในอนาคต มองว่ากระบวนการลงทุนในตลาดหุ้นจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะวิธีคิดเกี่ยวกับจังหวะซื้อขาย จากเดิมที่เชื่อว่าหากราคาหุ้นอยู่บริเวณแนวรับสำคัญควรซื้อ และเมื่อขึ้นไปถึงแนวต้านสำคัญควรขาย อาจต้องปรับเป็นการเข้าซื้อเมื่อราคาต่ำกว่าแนวรับสำคัญ และรอขายเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปถึงแนวต้านสำคัญ

 

มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า กระบวนการและวิธีคิดในการลงทุนอาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับตลาดที่ราคาเคลื่อนไหวรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกัน การนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของนักลงทุนจะมีความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถช่วยตอบคำถามและให้ข้อมูลได้อย่างทันท่วงที ทำให้นักลงทุนมีเครื่องมือช่วยประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ท่ามกลางตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 

หุ้นไทยหลังการเมืองนิ่ง จับตาแบงก์-อิเล็กทรอนิกส์

 

สำหรับตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป หากสถานการณ์การเมืองมีความชัดเจนและนิ่งมากขึ้น คาดว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยมองว่ากลุ่มที่มีความแข็งแกร่ง ได้แก่ หุ้นธนาคารและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่หลังจากนี้มีโอกาสเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสู่ หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี มากขึ้น

 

สำหรับหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า ซึ่งรับปัจจัยบวกจากกำลังซื้อ กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรมและสายการบิน กลุ่มสื่อสารและ ICT รวมถึงอินเทอร์เน็ต กลุ่มธนาคารและการเงิน กลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อสังหาริมทรัพย์และ REIT ชิ้นส่วนรถยนต์และยานยนต์ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมและส่งออก

 

ทั้งนี้ ภาพการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องปรับทั้งวิธีคิด กลยุทธ์ และการจัดพอร์ตให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลและ AI เข้ามาช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์และตัดสินใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนท่ามกลางตลาดที่มีความผันผวนและเคลื่อนไหวรวดเร็วมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง