'ผู้หญิงจีน 20% อยากหวนคืนชีวิตโสด' ผลวิจัยพบ ภรรยาไม่มีความสุขเพิ่ม 2 เท่า จากสังคมชายเป็นใหญ่ ภาระที่บ้านล้นมือ

'ผู้หญิงจีน 20% อยากหวนคืนชีวิตโสด' ผลวิจัยพบ ภรรยาไม่มีความสุขเพิ่ม 2 เท่า จากสังคมชายเป็นใหญ่ ภาระที่บ้านล้นมือ
TNN World
10 พฤษภาคม 2564 ( 18:48 )
75
'ผู้หญิงจีน 20% อยากหวนคืนชีวิตโสด' ผลวิจัยพบ ภรรยาไม่มีความสุขเพิ่ม 2 เท่า จากสังคมชายเป็นใหญ่ ภาระที่บ้านล้นมือ

 

ข่าววันนี้ ความกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว หน้าที่ความรับผิดชอบในครัวเรือน และนโยบายสาธารณะที่ไม่เท่าเทียม ทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับการแต่งงาน

 

 

แต่งงานไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดของผู้หญิงจีนอีกต่อไป 

 


หลิว ฟาง เขียนข้อความสั้น ๆ บน Weibo สังคมออนไลน์ยอดนิยมของจีนว่า “สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดในชีวิต คือ การแต่งงานและมีลูก การอยู่คนเดียวมันวิเศษจะตาย” 

 


โพสต์ของเธอพูดถึงความเป็นจริงที่พบได้บ่อยขึ้นในจีน ซึ่งประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้หญิงกำลังตั้งคำถามเกี่ยวกับค่านิยมการแต่งงาน

 


หลิว อายุ 38 ปี เป็นชาวนครเซี่ยงไฮ้ เธอแต่งงานมา 7 ปี และมีลูกชายวัย 6 ขวบ ตอนแต่งงาน เธอคาดหวังว่าความสุขของเธอจะเพิ่มขึ้นสองเท่า และความเศร้าโศกของเธอจะลดลงครึ่งหนึ่ง 

 


หลิว ทำอาชีพพนักงานออฟฟิศที่บริษัทข้อมูลทางการเงินแห่งหนึ่ง เธอตัดพ้อว่า แทนที่จะมีความสุข “กลับกลายเป็นว่างานเพิ่มขึ้นสามเท่า ทั้งงานในออฟฟิศ งานบ้าน ไหนจะต้องดูแลลูกอีก ฉันคิดเรื่องหย่ามาตลอด”

 


หลิวรับผิดชอบดูแลลูกและงานบ้าน ขณะเดียวกันยังต้องทำงานประจำ เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงาน ทั้งยังรับรู้ถึงความรุนแรงภายในครอบครัวต่อผู้หญิงที่เพิ่มมากขึ้น และนโยบายสาธารณะที่ไม่เอื้ออำนวยต่อเพศแม่เลย

 

 

Cooling off period ทบทวนก่อนหย่า

 


เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “Cooling off period” สำหรับคู่แต่งงานที่ต้องการหย่าร้าง โดยกำหนดเวลา 30 วัน ให้ทั้งสองฝ่ายทบทวนการตัดสินใจอีกครั้งว่า จะหย่ากันหรือไม่ 

 


ผู้เชี่ยวชาญถกเกียงกันว่าอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงต่อการหย่าร้าง แต่กลับไม่มีการพูดถึงเรื่องที่ผู้หญิงไม่มีความสุขในชีวิตแต่งงานเลย

 

 

ทั้งนี้ ผลสำรวจคุณภาพชีวิตของจีนประจำปี พบว่าเมื่อปีที่แล้วเกือบ 20% ของผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจแต่งงาน เทียบกับเมื่อปี 2017 ที่มีเพียง 12% และปี 2012 เพียง 9% ขณะที่ มีผู้ชายเพียง 7% เท่านั้นที่เสียใจกับการแต่งงาน 
การสำรวจนี้เป็นการจัดทำร่วมกันระหว่างสำนักงานสถิติแห่งชาติ, การไปรษณีย์แห่งประเทศจีน และคณะการพัฒนาแห่งชาติ (NSD) ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง โดยแบบสำรวจกว่าหนึ่งแสนชุดนี้ ส่งไปทั่วประเทศทางไปรษณีย์

 

 

อัตราการหย่าร้างเพิ่มสูงขึ้น

 

 


จีนมีอัตราการหย่าร้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และมีอัตราการแต่งงานลดลง 

 


ข้อมูลจากกระทรวงกิจการพลเรือนชี้ว่า ปี 2019 พบว่าอัตราการหย่ามีสูงกว่า 20% และในปี 2019 อัตราการหย่าร้างสูงถึง 50%
อัตราการหย่าร้างลดลงในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอัตราการหย่าร้างที่สูงกว่า 45% และส่วนใหญ่มักเป็นภรรยาที่เป็นฝ่ายขอหย่าร้าง 

 


ข้อมูลของศาลฎีกาพบว่า กว่า 73% ของคดีหย่าร้างทั่วประเทศจีนในปี 2017 ผู้หญิงเป็นฝ่ายยื่นเรื่องขอหย่าสามี

 


รัฐบาลตระหนักถึงการหย่าร้างที่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมาได้ใช้กฎหมายที่กำหนดให้คู่รักต้องทบทวนการหย่าร้าง (cooling off period) เป็นเวลา 30 วัน ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจแยกทางกัน 

 


แต่กฎหมายนี้กลายเป็นดาบสองคม เพราะคู่แต่งงานจำนวนมากเร่งดำเนินการหย่าทันที ก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อบังคับดังกล่าว

 

 


งานบ้านก่อนแต่ง และหลังแต่งงาน

 


จากการสำรวจของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ CCTV เมื่อปีที่ผ่านมาพบว่า ผู้ชายชาวจีนเกือบ 47% กล่าวว่าพวกเขามีส่วนร่วมในการทำงานบ้านก่อนแต่งงาน โดยผู้หญิงอยู่ที่ 46% 

 


แต่หลังแต่งงานสมดุลเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยมีผู้ชายมากกว่า 46% และผู้หญิง 48% บอกว่าพวกเขาต่างทำงานบ้าน

 


จู หนาน ดุษฎีบัณฑิตจากภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยมาเก๊า กล่าวว่าเหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้สำหรับช่องว่างความพึงพอใจระหว่างภรรยาและสามี อาจเป็นเพราะผู้ชายไม่ได้ทำงานบ้านอย่างที่ควรจะทำ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับโลก

 


“สังคมส่วนใหญ่ นักวิจัยศึกษาพบว่า การแบ่งงานที่ไม่เท่าเทียม (โดยปกติจะเป็นผู้ชาย) เชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับความไม่พอใจในชีวิตสมรส” เขากล่าว

 


จู หนาน ชี้ให้เห็นว่า การสำรวจโดย CCTV อาจไม่มีระเบียบแบบแผนเมื่อเทียบกับการศึกษาทางวิชาการ และผลงานวิจัยนี้อาจไม่สะท้อนความเป็นจริงในจีนอย่างถูกต้องเท่าที่ควร

 


ในสหรัฐอเมริกานั้น ผู้ชายที่แต่งงานแล้ว 51% กล่าวว่าพวกเขาพึงพอใจกับวิธีแบ่งงานบ้าน เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเพียง 40% 

 


การศึกษาในปี 2019 ที่ตีพิมพ์ใน Pew Research Center พบว่า ในบรรดาพ่อบ้าน 56% กล่าวว่าพวกเขาพึงพอใจอย่างมากกับแนวทางการเลี้ยงดูของคู่สมรส ในขณะที่ความพึงพอใจของแม่บ้านอยู่ที่ 42%

 

 


ภรรยาก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน

 


หวง อวี๋ชิน (Huang Yuqin) ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งจีนตะวันออก (ECUST) กล่าวว่า ภรรยาในประเทศจีนแบกรับภาระงานบ้านและการศึกษาของบุตรหลานมากเกินไป เพราะตัวเองก็ต้องทำงานหาเงินด้วย

 


อัตราการมีส่วนร่วมของแรงงานผู้หญิงจีนยังคงอยู่ในระดับสูง และสูงกว่า 60% ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดังนั้นคุณแม่จำนวนมากต่างก็ทำงานเช่นกัน บ่อยครั้งที่ผู้หญิงยังคงถูกกล่าวหาว่าแข่งขันกัน เพื่อการศึกษาของบุตรซึ่งเป็นเรื่องที่ดุเดือดอย่างมากในประเทศจีน 

 


ผู้หญิงคาดหวังการแต่งงานน้อยลง

 


“พวกเขาทุ่มเททั้งแรงกายและเวลาให้กับครอบครัวบ่อยครั้งมากกว่าที่สามีทำ…ความไม่พอใจเกิดขึ้นเมื่อความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายไม่สอดคล้องกัน” หวงกล่าว

 


โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 36 ถึง 45 ปี ซึ่งจากการสำรวจของ CCTV พบว่าเป็นกลุ่มอายุที่ไม่มีความสุขมากที่สุด หวงกล่าวว่าอาจเป็นเพราะพวกเขาอยู่ในช่วงที่เหนื่อยที่สุดในชีวิต

 


มีสื่อหลาย ๆ สำนักที่รายงานเกี่ยวกับความรุนแรงต่อผู้หญิง รวมถึงการฆาตกรรมภรรยาที่น่าสยดสยองโดยสามีของพวกเธอเอง อาจทำให้คนที่แต่งงานผิดหวังเช่นกัน

 


กฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว

 


ปลายปี 2019 สื่อจีนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 942 คน จากความรุนแรงในครอบครัว 

 


รายงานประจำปีของกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีระบุว่า จากกรณีความรุนแรงในครอบครัว 525 คดีที่ศึกษามา พบว่า 85% ของเหยื่อเป็นเพศหญิง ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 60 ปี หมายความว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วมีแนวโน้มที่จะต้องทนทุกข์ทรมานจากความรุนแรงในครอบครัวมากกว่าผู้ชาย

 


นี่ยังไม่รวมถึงกรณีความรุนแรงในครอบครัวจำนวนมาก ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกลหรือด้อยพัฒนา ซึ่งขาดการสนับสนุนจากสื่อ หรือองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs)

 


“หลาย ๆ คดีจุดชนวนจากการถกเถียงเพียงสั้น ๆ เท่านั้น และไม่นานก็หายไปในมหาสมุทรแห่งข้อมูลใหม่ ๆ คดีที่มีชื่อเสียงบางคดีจบลงโดยไม่มีการรายงานติดตามผลใด ๆ ” 

 


ผู้หญิงเลี่ยงการแต่งงานได้ หากไม่ต้องการมีลูก

 


จู หนาน นักวิจัยด้านจิตวิทยากล่าวว่า การที่ภรรยามีความสุขน้อยลง ควรกระตุ้นให้ประเมินแนวคิดทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับค่านิยมการแต่งงานอีกครั้ง

 


“การแต่งงานไม่ควรเป็นเป้าหมายสุดท้ายของชายและหญิงอีกต่อไป และเราควรหยุดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเกินไปได้แล้ว” เขากล่าว

 


“ทั่วไปแล้วประชากรในจีนกำลังละทิ้งแนวคิดการแต่งงานแบบเดิม ๆ อย่างช้า ๆ ผู้ชายควรจะลงทุนมากขึ้นในการหาแฟน ในขณะที่ผู้หญิงควรเสียสละความเป็นอยู่ที่ดีให้กับครอบครัว”

 


“อุดมคติใหม่นี้ แน่นอนว่าทั้งชายและหญิง ต้องแบกรับภาระภายในบ้านเท่า ๆ กัน” เขากล่าว และดังที่หวง จาก ECUST ระบุว่าผู้หญิงเริ่มจินตนาการถึงชีวิตของตัวเองที่แตกต่างไปจากเดิม

 


“คนเราไม่จำเป็นต้องแต่งงานเสมอไป” 

 


หลิว ผู้หญิงที่แต่งงานอย่างไม่มีความสุขในเซี่ยงไฮ้กล่าวว่า เพื่อนของเธอหลายคนยังโสด และดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เธอเป็น

 


“ฉันปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันอิจฉาพวกเขามาก อย่างน้อยก็ในช่วงนี้ของชีวิต พวกเขาเป็นตัวของตัวเอง มีเวลาส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนหรือพัฒนาทักษะอาชีพ"

 


"บางทีเมื่อลูกของฉันอายุมากกว่านี้ ฉันอาจจะเข้าร่วมกับพวกเขา (ด้วยการหย่าสามี และเป็นโสดอีกครั้ง)” เธอกล่าว

 


เรื่อง : พัชรี จันทร์แรม
ภาพ : Reuters

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง