SAWAD ยันคุมดบ.เช่าซื้อ สคบ.กระทบธุรกิจต่ำ

SAWAD ยันคุมดบ.เช่าซื้อ สคบ.กระทบธุรกิจต่ำ
ทันหุ้น
18 ตุลาคม 2564 ( 09:49 )
43
SAWAD ยันคุมดบ.เช่าซื้อ สคบ.กระทบธุรกิจต่ำ

ทันหุ้น - ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชัน ชี้ประเด็นกำหนดเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15% ของ สคบ.อยู่ระหว่างขอความเห็นประชาพิจารณ์ ยังไม่ถูกบังคับใช้เป็นกฎหมาย ด้านผู้บริหาร‘ธิดา แก้วบุตตา’ ย้ำชัดกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างต่ำ หลังบริษัทฯ ปรับทัพองค์กรขนานใหญ่รองรับหลากหลายธุรกิจเพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคต ด้าน ‘วิชิต พยุหนาวีชัย’หวั่นกระทบประชาชนฐานรากและภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่อาจลุกลามถึงเศรษฐกิจระดับมหภาค 

 

ธิดา แก้วบุตตาผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่ากรณีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) มีข้อเสนอขอความเห็นประชาพิจารณ์ (เฮียริ่ง) เรื่องกำหนดเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15% ต่อปี ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างต่ำ เนื่องจากธุรกิจเช่าซื้อเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายธุรกิจที่ SAWAD ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ที่ผ่านมาศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่นได้ทำการปรับโครงสร้างองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับธุรกิจที่หลากหลาย ไม่พึ่งพิงเพียงธุรกิจใดธุรกิจหนี่งเพื่อสร้างความยั่งยืนและมั่นคงขององค์กร และธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตและสร้างผลกำไรแบบก้าวกระโดดในอนาคต 

 

อาทิ การจับมือร่วมกับธนาคารออมสินเพื่อรุกธุรกิจจำนำทะเบียนรถ  การผนึกพันธมิตร บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์(NOBLE) ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจนายหน้าประกันภัย หรือแม้แต่ธุรกิจเช่าซื้อ นอกจากนี้ยังได้พัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจจำนำทะเบียนรถ จำนำบ้านและที่ดินที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ จึงมีความมั่นใจว่าร่างประกาศของ สคบ ดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริงก็จะกระทบต่อธุรกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนอกจากนี้ร่างประกาศดังกล่าวยังเป็นเพียงการขอความเห็นประชาพิจารณ์ ยังไม่ถูกกำหนดเป็นกฎหมายบังคับใช้ ซึ่งบริษัทยังคงติดตามเรื่องนี้ต่อไป

วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอลจำกัด หรือ SCAP ดูแลธุรกิจกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคลมีความเห็นสอดคล้องกับสมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย ที่มองว่าธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์เป็นธุรกิจที่แบกรับความสี่ยงค่อนข้างสูง ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มฐานล่าง ประกอบอาชีพอิสระ อาทิ เกษตรกร ลูกจ้างร้านอาหาร ลูกจ้างโรงงาน พ่อค้าหาบเร่ แผงลอย และไม่มีหลักฐานทางการเงินใดๆ ซึ่งถือเป็นลูกค้าระดับรากหญ้าของประเทศ มีรายได้น้อยไม่สม่ำเสมอ ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอยู่ในลักษณะเดียวกันกับกลุ่มนาโนไฟแนนซ์ หรือ พิโคไฟแนนซ์ ซึ่งกำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง

 

โดยมีเพดานดอกเบี้ยอยู่ที่ 33-36% และโครงสร้างธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในปัจจุบัน มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 32-35% และต้นทุนดำเนินงานเฉลี่ย 27% จึงมองว่าควรกำหนดเพดานดอกเบี้ยอยู่ที่อัตราเดียวกับนาโนไฟแนนซ์ หรือ พิโคไฟแนนซ์ เนื่องจากสถิติพบว่ากลุ่มลูกค้าผิดนัดชำระสูงกว่าสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ และการอนุมัติสินเชื่อประเมินความเสี่ยงได้ยาก เพราะลูกค้ามีแค่บัตรประชาชนใบเดียวในการขออนุมัติสินเชื่อออกรถจักรยานยนต์ 

 

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ และความเสี่ยงของกลุ่มลูกค้านี้จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถให้สินเชื่อลูกค้าในกลุ่มนี้ได้ต่อไป การกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากจนเกินไปจะบีบให้ผู้ประกอบการอนุมัติสินเชื่อได้ยากขึ้น หรือต้องมีการเรียกเงินดาวน์ที่สูง หรือต้องใช้เงินก้อนในการออกรถจักรยานยนต์จะเป็นการผลักให้ลูกค้ากลุ่มนี้เข้าสู่วังวนของเงินกู้นอกระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะรถจักรยานยนต์ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นขั้นพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเนื่องจากการเดินทางโดยรถยนต์สาธารณะของภาครัฐยังไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในส่วนภูมิภาคหรือแม้แต่ประชาชนในเมืองใหญ่

 

“หากมองในเศรษฐกิจมหภาค ร่างประกาศนี้จะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถจักรยานยนต์ และอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของประเทศอย่างมาก เพราะเมื่อประชาชนไม่สามารถซื้อรถจักรยานยนต์ได้ โรงงานผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ประชาชนที่เป็นพนักงาน ลูกจ้างในวัฎจักรการผลิตรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ของประเทศก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย”วิชิต กล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง