รีเซต

"ผลประกอบการกำไรพุ่ง" แบงก์ใหญ่จ่อปันผล – ตัวไหนโดดเด่นสุด?

"ผลประกอบการกำไรพุ่ง" แบงก์ใหญ่จ่อปันผล – ตัวไหนโดดเด่นสุด?
TNN ช่อง16
2 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:02 )
10

ตลอดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยหลายแห่ง เตรียมทยอยประกาศ จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลัง 2568 (ก.ค.–ธ.ค. 2568) ซึ่งคาดว่าจะยังคงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มหุ้นที่ให้ Dividend Yield ในระดับน่าสนใจ เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด


แรงหนุนสำคัญมาจากทิศทางการบริหารเงินทุนของธนาคารพาณิชย์ที่ยังคงมีความรอบคอบ ขณะที่แผนการลงทุนขนาดใหญ่ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ส่งผลให้หลายแห่งเลือก คืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นผ่านเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ธนาคารเน้น “รักษาเงินสด” มากกว่าขยายลงทุน ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักกับการ บริหารคุณภาพสินทรัพย์ และการควบคุมต้นทุน มากกว่าการเร่งขยายธุรกิจใหม่ ส่งผลให้กระแสเงินสดและเงินกองทุนอยู่ในระดับแข็งแกร่ง เปิดทางให้การจ่ายปันผลยังทำได้อย่างต่อเนื่อง


ทางด้าน นักวิเคราะห์มองว่า นโยบายดังกล่าวสะท้อนถึงความระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาหุ้น รายได้ประจำ (Income Stock) 


Dividend Yield ยังเป็นจุดขายของกลุ่มแบงก์ แม้กำไรสุทธิของบางธนาคารอาจไม่ได้เติบโตหวือหวาเหมือนช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ระดับการจ่ายเงินปันผลยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และตราสารหนี้ระยะสั้น โดยคาดว่า Dividend Yield ของหุ้นแบงก์หลายแห่งจะอยู่ในกรอบ 4–7% ขึ้นอยู่กับนโยบายจ่ายปันผลและระดับราคาหุ้น


กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ยังคงได้เปรียบด้านฐานทุนและกำไรสะสม ขณะที่ธนาคารขนาดกลางและเล็กบางแห่งยังคงใช้ “ปันผลสูง” เป็นจุดดึงดูดนักลงทุน 


จับตากำหนด XD และทิศทางราคาหุ้นช่วงการประกาศปันผลในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นจังหวะสำคัญที่นักลงทุนจะจับตาทั้ง อัตราการจ่ายปันผล (Dividend Payout Ratio) และ วันขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้น


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาปัจจัยพื้นฐานควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มกำไรในปี 2569 คุณภาพสินเชื่อ และระดับเงินกองทุน ก่อนตัดสินใจลงทุนเพียงเพื่อหวังเงินปันผล

***คงธีมลงทุนหุ้นธนาคารเป็น Value Play


บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี ให้มุมมองธีมการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น Value Pay เพราะคาดธนาคารคงปันผลระดับสูง Dividend Yield คาดไว้ที่ระดับ 5-8% ต่อปี


ทางด้านภาพรวมผลประกอบการประจำปี 2568 ที่กำไรถือว่าแข็งแกร่ง หุ้นธนาคารทั้ง 11 แห่ง สามารถทำกำไรสุทธิรวมกัน 265,396 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


สำหรับภาพรวมปี 2569 มองการบริหารค่าใช้จ่าย ทั้งต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) และค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) เป็นประเด็นหลัก ที่จะช่วยพยุงกำไรสุทธิของธนาคาร รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ซึ่งคาดว่าปัจจุบันเป็นระดับที่ธนาคารควบคุมได้ ส่วนเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เชื่อว่าตลาดรับรู้ไปมากแล้ว รวมถึงคาดการปรับลดดอกเบี้ยใกล้สิ้นสุดแล้ว


***สำรวจเงินปันผลหุ้นธนาคาร


จากผลประกอบการในงวดครึ่งหลังปี 2569 บล. กรุงศรี คาดธนาคารจะประกาศปันผลในช่วงเดือนก.พ. 2569 ในระดับสูง เพราะ ธนาคารมีเงินกองทุนสูงเห็นได้จากเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1) ที่ 15-19% เงินกองทุนรวมชั้นที่ 1 (Tier1) ที่ 15-21% และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) 19-23% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ และส่วนเพิ่มที่ทางแบงก์ชาติกำหนดไว้

นอกจากนี้ เงินปันผลระหว่างกาลช่วงครึ่งปีแรก 2568 ธนาคารประกาศจ่ายเท่ากับ หรือมากกว่าช่วงปี 2567 3.) ธนาคารไม่มีการลงทุนใหม่ขนาดใหญ่


SCB คาดเงินปันผลงวด 2H2568 ที่ 9.23 บาท คิดเป็น Yield 6.69%

KBANK คาดเงินปันผลงวด 2H2568 ที่ 10 บาท คิดเป็น Yield 5.29%

TISCO คาดเงินปันผลงวด 2H2568 ที่ 5.75 บาท คิดเป็น Yield 5.20%

KTB คาดเงินปันผลงวด 2H2568 ที่ 1.295 บาท คิดเป็น Yield 4.50%

KKP คาดเงินปันผลงวด 2H2568 ที่ 3.00 บาท คิดเป็น Yield 4.30%

BBL คาดเงินปันผลงวด 2H2568 ที่ 6.50 บาท คิดเป็น Yield 4.06%

TTB คาดเงินปันผลงวด 2H2568 ที่ 0.064 บาท คิดเป็น Yield 3.17%


ด้านแนวโน้มกำไรสุทธิ 2569 คาดอยู่ที่ 2.11 แสนล้านบาท หดตัว -6% จากปี 2568 ซึ่งถูกกดดันหลักจากการลดลงของ NIM ตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง คาดดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.0% ในช่วงครึ่งแรกของปี จากปัจจุบันที่ 1.25% อีกทั้งเงินลงทุน (FVTPL และ Investment) จากประโยชน์ที่ได้จากพันธบัตรลดลง


อย่างไรก็ตาม คาดรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการ เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน เนื่องจากการเจาะกลุ่มลูกค้า Wealth และ Bancassurance รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมตลาดทุน ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) จากการควบคุมค่าใช้จ่าย และจากการที่ธนาคารเร่งจัดการคุณภาพสินทรัพย์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา


เพราะฉะนั้น กลยุทธ์หลักของกลุ่มธนาคารในไทย ยังคงเน้นการปล่อยสินเชื่อไปยังกลุ่มที่มีคุณภาพ รองรับความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง