ผ่างบโรงไฟฟ้าQ2แกร่ง CKP-GPSCฝนฉ่ำน้ำดี

ผ่างบโรงไฟฟ้าQ2แกร่ง CKP-GPSCฝนฉ่ำน้ำดี
ทันหุ้น
1 สิงหาคม 2564 ( 15:57 )
56
ผ่างบโรงไฟฟ้าQ2แกร่ง CKP-GPSCฝนฉ่ำน้ำดี

 

ทันหุ้น - รู้ทันงบกลุ่มโรงไฟฟ้า ไตรมาส 2/64 กำไรโตดี กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนก๊าซลด แต่ห่วงครึ่งปีหลังต้นทุนก๊าซสูง แนะโฟกัสโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเข้าช่วงไฮซีซันธุรกิจ ปริมาณน้ำมาก GPSC และ CKP รับเต็มๆ โบรกส่อง CKP เด่นสุด Q2 กำไร 702 ล้านบาท ไตรมาส 3 โดดแตะ 900-1,000 ล้านบาท เป้า 6.20 บาท อัพไซด์หลวงพระบาง 1.70 บาท

 

นายพูนพัทธ์ ไชยคำหาญ  CFA ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน)  ประเมินผลประกอบการของกลุ่มโรงไฟฟ้าสำหรับไตรมาส 2/2564 จะเติบโตจากไตรมาส 2/2563 และเติบโตจากไตรมาส 1/2564 มาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้านิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น รวมไปถึงกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้งค่าก๊าซธรรมชาติยังลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยไตรมาส 2 คือช่วงไฮซีซันของธุรกิจโรงไฟฟ้า

 

แต่แนวโน้มผลประกอบการของกลุ่มโรงไฟฟ้าช่วงครึ่งปีหลังอาจจะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยไตรมาส 1/2564 อยู่ที่ 220 บาทต่อmmbtu ส่วนไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 240 บาทต่อmmbtu

 

*ไฮซีซันโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ

ดังนั้นจึงแนะนำลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ที่จะได้รับประโยชน์จากซีซันของโรงไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 3/2564  เนื่องจากมีปริมาณน้ำจำนวนมาก ในฤดูกาลช่วงฤดูฝนทำให้กำลังการผลิตอยู่ในระดับที่สูง โดยโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตพลังงานน้ำ ได้แก่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC และ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP

 

ทั้งนี้ GPSC มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในส่วนของพลังงานน้ำตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) จำนวน 423 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเข้าระบบแล้ว 4752 เมกะวัตต์แล้ว ส่วน CKP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในส่วนของพลังงานน้ำตามสัดส่วนการถือหุ้น จำนวน 740 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตที่รวมที่ 914 เมกะวัตต์

 

จึงเลือก CKP เป็นหุ้น Top Pick  โดยคาดว่าไตรมาส 2/2564  กำไรปกติ 702 ล้านบาท พลิกกำไรจากไตรมาส 2/2563 ที่ขาดทุน -86 ล้านบาท, เติบโต 577% จากไตรมาสก่อนหน้า ผลประกอบการเพิ่มขึ้นโดดเด่นทั้ง จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ และจากไตรมาสก่อนหน้า จากสถานการณ์น้ำที่ดีขึ้น  โดย 1. โครงการน้ำงึม 2 แจ้งผลิตไฟฟ้าใน ไตรมาส 2/2564  ที่ 509 GWh เติบโต 143% จากช่วงเดียวกันปีก่อน, เติบโต 24% จากไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่ 2) โครงการไซยะบุรีแจ้งผลิตไฟฟ้าที่ 2042 GWh เติบโต 52%จากช่วงเดียวกันปีก่อน, เติบโต 73% จากไตรมาสก่อนหน้า

 

*เลือกเป็นหุ้น TOP Pick

ยังคงมุมมองปี 2564  ผลประกอบการเติบโตโดดเด่น คงประมาณการกำไรปกติปี 2564 ที่ 1.8 พันล้านบาท เติบโต 358% จากปีก่อน  แต่โอกาสเกิด Upside หากสถานการณ์น้ำยังคงดีต่อเนื่องใน ไตรมาส 3/2564  ซึ่งเป็น Peak Season หลังเข้าฤดูฝนเต็มตัว ทำให้มีโอกาสที่กำไรใน ไตรมาส 3/2564 จะอยู่ที่ระดับ 0.9-1 พันล้านบาท หนุนกำไรทั้งปีอยู่ที่ระดับ 2.0-2.1 พันล้านบาท (เป็น Upside ต่อประมาณการของฝ่ายวิจัยราว 10-15%)

 

รอดูสถานการณ์น้ำเบื้องต้นในไตรมาส 3 ก่อนปรับประมาณการ ดังนั้นแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 6.20 บาท  นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์จากโครงการโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง (LPHPP) ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นอีกราว 1.70 บาท โดยยังไม่รวมในประมาณการ

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง